โรคเบาหวานและภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ ซึ่งมักไม่แสดงอาการผิดปกติในระยะแรก การใช้สิทธิตรวจสุขภาพป้องกันโรค เพื่อตรวจคัดกรองเบาหวานและไขมันในเลือด จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพตั้งแต่วันที่ร่างกายยังดูปกติ
บทความนี้จะเจาะลึกถึงรายละเอียดการตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด สิทธิประโยชน์ที่คนไทยควรได้รับ และเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ
ใครที่มีสิทธิรับบริการตรวจคัดกรองเบาหวานและไขมันในเลือด?
ตามประกาศการจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขปีงบประมาณ 2568 กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีสิทธิได้รับบริการนี้คือ:
- ประชาชนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป: ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกลุ่มเมตาบอลิกเพิ่มสูงขึ้น
- ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา: ไม่ว่าจะเป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง), สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิสวัสดิการข้าราชการ เนื่องจากเป็นบริการในหมวดสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) พื้นฐาน
ระยะเวลา และเงื่อนไขในการใช้สิทธิเป็นอย่างไร?
การตรวจคัดกรองเบาหวานและไขมันในเลือดมีข้อกำหนดด้านระยะเวลาและเงื่อนไขการรับบริการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้:
- ความถี่ในการรับบริการ: ประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ ปีละ 1 ครั้ง หรือตามดุลยพินิจของแพทย์หากมีความเสี่ยงสูง
- นโยบายการเข้าถึง: สามารถใช้สิทธิได้ตามนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ณ หน่วยบริการปฐมภูมิที่เข้าร่วมโครงการ
- ค่าใช้จ่าย: เป็นบริการที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้โดยตรง (Fee Schedule) ผู้รับบริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในรายการตรวจที่กำหนด
รายละเอียดการตรวจคัดกรองเบาหวาน (FPG) และไขมันในเลือด
รายการตรวจตามสิทธิประโยชน์นี้มุ่งเน้นการค้นหาความผิดปกติในระบบเผาผลาญของร่างกาย ประกอบด้วย:
1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Plasma Glucose – FPG)
เป็นการตรวจวัดระดับน้ำตาลในพลาสมาหลังการงดอาหาร เพื่อวินิจฉัยภาวะเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวาน (Pre-diabetes) ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับบริการสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการป่วยเป็นโรคเบาหวานเต็มรูปแบบได้
2. การตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile)
การตรวจวัดระดับไขมันเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ โดยครอบคลุมการคัดกรองตามเกณฑ์มาตรฐานที่ สปสช. กำหนด เพื่อเฝ้าระวังภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด
วิธีการเข้ารับบริการ และการเตรียมตัวที่สำคัญ
- สถานที่รับบริการ: ติดต่อหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน เช่น รพ.สต., ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือคลินิกชุมชนอบอุ่น รวมถึงหน่วยบริการนวัตกรรมที่เข้าร่วมโครงการ
- การเตรียมตัวก่อนตรวจ (สำคัญมาก): เนื่องจากการตรวจ FPG และไขมันในเลือดจำเป็นต้อง งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 8 – 12 ชั่วโมงก่อนการเจาะเลือด เพื่อไม่ให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อน
- เอกสารที่ต้องใช้: แสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพียงใบเดียวเพื่อลงทะเบียนและบันทึกผลการตรวจในระบบฐานข้อมูลสุขภาพดิจิทัล
สรุป
สำหรับสิทธิการตรวจคัดกรองเบาหวาน (FPG) และไขมันในเลือด เป็นสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ซึ่งประชาชนทุกคนสามารถใช้บริการได้ ณ หน่วยบริการปฐมภูมิที่เข้าร่วมโครงการ สามารถเช็กจุดบริการได้ตามเขตที่อยู่อาศัย ผ่านฐานข้อมูลของทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้โดยตรง
มีข้อสงสัยเรื่องสิทธิ์ เข้ามาปรึกษา “เมดี้” ได้ตลอดเวลา
หากใครที่อยากทราบสิทธิเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรี สามารถติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่หน้าเว็บไซต์ The Medicative หรือแอด LINE “เมดี้” (Medy) เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ เรื่องสิทธิได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเมดี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิการรักษาสุขภาพของคนไทยไว้อย่างครอบคลุม เพื่อพร้อมตอบคำถามและคลายทุกความกังวลใจให้ตลอดเวลาเลยนะคะ


