ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างครอบครัวในเอเชียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่คนเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น ผู้คนในวัยทำงานเลือกที่จะอยู่คนเดียวและตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาครอบครัวหรือคนรอบข้าง
“ครอบครัวที่อยู่ร่วมกัน
หลายเจเนอเรชันกำลังกลับมา”
ในขณะเดียวกัน พบว่าปรากฏการณ์การอยู่ร่วมกันของครอบครัวหลายเจเนอเรชัน (Multi-generation) กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในสังคมไทย โดยปัจจุบันคนหนุ่มสาวจำนวนมากเลือกที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวเดิม แทนที่จะออกไปใช้ชีวิตคนเดียว และแนวโน้มนี้เริ่มเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ (ThaiHealth Watch 2024)
ทำไมการอยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชันถึงกลับมาเป็นที่นิยม?
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ
- ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น: การซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่มีราคาสูง ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาเลือกอยู่กับครอบครัวเดิม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าดูแลสุขภาพ และค่าอาหาร
- รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป: การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) หรือการเป็น Digital Nomad ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเลือกที่จะอยู่กับครอบครัว เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพชีวิต
- การดูแลผู้สูงอายุ: ในหลายประเทศ เช่น ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ การดูแลผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่เลือกที่จะอยู่ร่วมกับพ่อแม่และปู่ย่าตายาย เป็นต้น
ท้าทายของการอยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชัน
ครอบครัวหลายเจเนอเรชันในไทยกำลังเพิ่มขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความขัดแย้ง โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มักมีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ในครอบครัวในเรื่องไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
กลุ่ม Baby Boomer (วัย 50-68 ปี)
เติบโตมาในยุคที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง ในขณะที่ Gen Y (~20 ปลายๆ – 30 ต้นๆ) เติบโตมากับโลกที่หมุนเร็ว มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองวัยจึงมองโลกกันคนละมุม ซึ่งช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในบ้าน แต่ยังสะท้อนออกมาในที่ทำงานด้วย
สำหรับคน Gen Z (อายุ 18-24 ปี)
ที่เติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยเฉพาะวิกฤตโรคระบาดในช่วงที่ผ่านมา งานวิจัยล่าสุดจาก AXA Study of Mind Health and Wellbeing 2023 ระบุว่าคนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิตสูงมาก โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของคน Gen Z ทั่วโลกและในเอเชียเอง พบปัญหาด้านสุขภาพจิต และพบว่าคน Gen Z มีอัตราเผชิญกับความเครียดทางอารมณ์มากที่สุดในบรรดาทุกช่วงวัย
ขณะที่ คนกลุ่ม Gen X
ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง Baby Boomer ที่เป็นพ่อแม่ กับ Gen Z ที่เป็นลูก ทำให้ต้องแบกรับภาระหน้าที่ในครอบครัวอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ภาวะเครียดเรื่องการเงินตกอยู่ที่คนวัยนี้เต็ม ๆ รายงานจาก TCDC ปี 2023 ระบุว่า 65% ของคน Gen X รู้สึกเครียดกับปัญหาการเงิน และกว่า 22% รายได้ลดลงมากกว่าครึ่ง ซึ่งความกดดันด้านการเงินของคนวัยนี้ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนทั้งบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยความคิด และการสภาพแวดล้อมในการเติบโตของคนแต่ละวัย อาจทำให้มีความเห็นที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นเรื่องเดียวกันก็ตาม
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่วนมากเป็นเรื่อง การใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนหรือการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวตามลำดับ เช่น
- คนรุ่นใหม่อาจให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ขณะที่ผู้สูงอายุอาจยึดติดกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
- วัยทำงานอาจต้องการพื้นที่สงบในการทำงาน ขณะที่เด็กๆ อาจต้องการพื้นที่เล่นและเรียนรู้
- วิธีการเลี้ยงดูเด็กก็มีความแตกต่างกันระหว่างวัย ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นความท้าทายใหม่
- การจัดการกับการเงิน สมาชิกในครอบครัวแต่ละวัยอาจมีแนวคิดที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการใช้จ่ายการออมเงิน หรือการลงทุน เป็นต้น
และพบว่าเยาวชนที่อยู่ร่วมกับปู่ ย่า ตา ยาย มีอัตราความขัดแย้งสูงกว่าเมื่อเทียบกับเยาวชนที่อยู่กับพ่อแม่
อนาคตของครอบครัวหลายเจเนอเรชัน
จากแนวโน้มในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงที่ครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชันจะกลายเป็นรูปแบบครอบครัวหลักในอนาคต โดยเฉพาะในสังคมที่ค่าครองชีพยังคงสูงขึ้นและความต้องการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การจัดสรรพื้นที่ การออกแบบบ้าน หรือแม้กระทั่งนโยบายต่างๆ ทางสังคมที่ช่วยส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่นและเข้าใจ อาจเป็นหัวใจสำคัญของวิถีชีวิตครอบครัวในอนาคต


