การตรวจพบการติดเชื้อในระยะเริ่มแรกเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดการแพร่กระจายของเชื้อสู่ผู้อื่น สิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองเชื้อซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบีและซี ภายใต้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) เป็นบริการที่รัฐจัดสรรให้ประชากรไทยกลุ่มเป้าหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเฝ้าระวังโรคร้ายแรงที่อาจลุกลามเป็นโรคตับแข็ง มะเร็งตับ หรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและหัวใจ
บทความนี้สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับรายการตรวจคัดกรอง กลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิ และเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง
ใครที่มีสิทธิรับบริการตรวจคัดกรองเชื้อซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบีและซี?
ตามประกาศรายการบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคปีงบประมาณ 2568 (รายการบริการลำดับที่ 12 และ 20) รัฐได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสำหรับการตรวจคัดกรอง ดังนี้
- การตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี: จัดสรรให้ประชากรไทยทุกคนที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อาจไม่ได้รับวัคซีนพื้นฐานในช่วงวัยเด็ก
- การตรวจไวรัสตับอักเสบซีเพิ่มเติม: ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงเฉพาะ เช่น ผู้ที่เคยได้รับเลือดหรือรับบริการทางการแพทย์ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อก่อนปี พ.ศ. 2535 และผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด
- การตรวจคัดกรองเชื้อซิฟิลิส: จัดสรรให้กลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง หรือกลุ่มที่ต้องการตรวจคัดกรองตามความจำเป็นทางการแพทย์
- สิทธิการรักษา: ครอบคลุมประชาชนไทยทุกสิทธิการรักษา (บัตรทอง, ประกันสังคม, สวัสดิการข้าราชการ) ภายใต้หมวดบริการสร้างเสริมสุขภาพพื้นฐาน
ระยะเวลา และเงื่อนไขในการใช้สิทธิเป็นอย่างไร?
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้กำหนดอัตราการสนับสนุนงบประมาณและเงื่อนไขการรับบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้อย่างสะดวก ดังนี้
- อัตราสนับสนุนงบประมาณ (Fee Schedule)
- การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg): สนับสนุนในอัตรา 50 บาทต่อครั้ง
- การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV): สนับสนุนในอัตรา 180 บาทต่อครั้ง
- การตรวจคัดกรองเชื้อซิฟิลิส (VDRL/RPR): สนับสนุนในอัตรา 130 บาทต่อครั้ง
- ความถี่ในการรับบริการ: ให้บริการคนละ 1 ครั้ง หรือตามการประเมินความเสี่ยงโดยบุคลากรทางการแพทย์
- นโยบายการเข้าถึง: ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ภายใต้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ณ หน่วยบริการปฐมภูมิหรือโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ
รายละเอียดการให้บริการคัดกรองซิฟิลิสและไวรัสตับอักเสบ
การตรวจคัดกรองมุ่งเน้นการค้นหาการติดเชื้อที่อาจไม่แสดงอาการในระยะแรกตามมาตรฐานของหน่วยงานด้านสาธารณสุข ประกอบด้วย
- การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg): เพื่อตรวจสอบว่ามีการติดเชื้อไวรัสที่อาจนำไปสู่โรคตับอักเสบเรื้อรังและมะเร็งตับหรือไม่
- การตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV): เพื่อค้นหาผู้ที่มีการติดเชื้อและนำเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงในปัจจุบัน
- การตรวจคัดกรองซิฟิลิส (VDRL/RPR): การตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคซิฟิลิส ซึ่งหากตรวจพบและรักษาได้เร็วจะป้องกันการทำลายระบบอวัยวะที่สำคัญในระยะยาว
- การส่งต่อเข้าสู่การรักษา: หากผลตรวจพบการติดเชื้อ ระบบจะเชื่อมโยงผู้รับบริการเข้าสู่กระบวนการรักษาตามสิทธิประโยชน์ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
วิธีการเข้ารับบริการ และสิ่งที่ต้องเตรียม
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้ารับบริการคัดกรองได้ตามขั้นตอนดังนี้:
- ตรวจสอบสิทธิและกลุ่มเป้าหมาย: ประชาชนที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 หรือผู้ที่มีความกังวลเรื่องความเสี่ยง สามารถติดต่อหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้านเพื่อขอรับการประเมิน
- เอกสารที่ใช้: แสดง บัตรประจำตัวประชาชน (Smart Card) เพียงใบเดียวเพื่อลงทะเบียนรับบริการ
- สถานที่รับบริการ: โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลรัฐที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ
สรุป
สิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี และเชื้อซิฟิลิส เป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องสุขภาพของคนไทยจากโรคร้ายแรงที่อาจซ่อนตัวอยู่ การเข้าถึงการตรวจคัดกรองฟรีตามสิทธิจึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพที่เริ่มต้นจากตนเอง และใส่ใจคนรอบข้าง ให้ปลอดภัยกันในระยะยาว
มีข้อสงสัยเรื่องสิทธิ์ เข้ามาปรึกษา “เมดี้” ได้ตลอดเวลา
หากใครที่อยากทราบสิทธิเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรี สามารถติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่หน้าเว็บไซต์ The Medicative หรือแอด LINE “เมดี้” (Medy) เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ เรื่องสิทธิได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเมดี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิการรักษาสุขภาพของคนไทยไว้อย่างครอบคลุม เพื่อพร้อมตอบคำถามและคลายทุกความกังวลใจให้ตลอดเวลาเลยนะคะ


