สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์
ทีมงาน The Medicative | ติดต่อเรา
สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์

คำแนะนำ: เริ่มค้นหาด้วยคำง่าย ๆ เช่น 

สิทธิบัตรทอง

HPV คืออะไร? รู้จักเชื้อที่พบบ่อยและเกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่–มะเร็งปากมดลูก

Share
hpv

ไปยังหัวข้อที่คุณสนใจ

HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมาก และหลายคนอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวเพราะแทบไม่มีอาการ แต่บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่และมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่ความหมาย สาเหตุ อาการ แนวทางรักษา ไปจนถึงการป้องกันที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ

ทำไมเรื่อง HPV ถึงใกล้ตัวกว่าที่คิด

HPV เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุด และสามารถติดได้แม้มีคู่นอนเพียงคนเดียวในชีวิต เพราะไวรัสแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ ไม่จำเป็นต้องมีการหลั่งหรือมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่เสมอไป ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงช่วยลดความกังวลเกินจำเป็น และวางแผนป้องกันได้เหมาะสมค่ะ สรุปคือ HPV เป็นเรื่องที่ควรรู้เพื่อป้องกันระยะยาว ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือควรหลีกเลี่ยงการพูดถึง

HPV คืออะไร

HPV ย่อมาจาก Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีหลายร้อยสายพันธุ์ โดยมีทั้งชนิดที่ก่อให้เกิด “หูด” และชนิดที่เพิ่มความเสี่ยง “มะเร็ง” บางตำแหน่ง

หลายคนมักค้นหาว่า hpv คือ อะไรแบบสั้นๆ คำตอบคือ “ไวรัสที่ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนัง/เยื่อบุ โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ และบางสายพันธุ์สัมพันธ์กับมะเร็ง” ค่ะ

ชนิดของ HPV ที่พบในทางคลินิกบ่อย

โดยทั่วไปแพทย์มักแบ่งแบบเข้าใจง่ายเป็น 2 กลุ่มใหญ่

  • กลุ่มเสี่ยงต่ำ มักทำให้เกิดหูดหงอนไก่หรือหูดบริเวณอวัยวะเพศ (เช่น บางสายพันธุ์ในกลุ่ม 6, 11)
  • กลุ่มเสี่ยงสูง อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งได้ (เช่น บางสายพันธุ์ในกลุ่ม 16, 18)

จุดสำคัญคือ “ติด HPV ไม่ได้แปลว่าจะเป็นมะเร็ง” ส่วนมากร่างกายกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1–2 ปี แต่ต้องระวังกรณีติดเชื้อแบบเรื้อรังหรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วมค่ะ สรุปคือ HPV มีหลายสายพันธุ์ และความเสี่ยงขึ้นกับชนิดของไวรัสและความต่อเนื่องของการติดเชื้อ

สาเหตุของ HPV

HPV เกิดจากการติดเชื้อไวรัสผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุที่มีเชื้อ โดยมักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเพศ แต่ไม่จำกัดแค่การสอดใส่

ช่องทางการติดต่อที่พบบ่อย

ก่อนเข้าสู่รายการด้านล่าง ขอย้ำว่าเชื้อแพร่ได้จาก “การสัมผัส” เป็นหลัก จึงอาจเกิดได้แม้ใช้ถุงยางแต่ยังมีผิวหนังบางส่วนสัมผัสกันค่ะ

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด/ทวารหนัก/ทางปาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสเยื่อบุและผิวหนังบริเวณนั้นๆ ได้
  • การสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศโดยตรง บางครั้งเกิดจากกิจกรรมที่ไม่ใช่การสอดใส่
  • การใช้ของเล่นทางเพศร่วมกันโดยไม่ทำความสะอาด/ไม่สวมถุงยางกับอุปกรณ์ เชื้ออาจติดค้างบนพื้นผิว

ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อแล้ว “หายช้าหรือเรื้อรัง”

ปัจจัยเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่เพิ่มโอกาสที่ร่างกายกำจัดเชื้อได้ยากขึ้น

  • สูบบุหรี่ มีข้อมูลว่าการสูบเพิ่มโอกาสการติดเชื้อแบบคงอยู่นานและความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ใช้ยากดภูมิ หรือมีโรคที่กระทบภูมิ
  • มีคู่นอนหลายคนหรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อ
  • เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย ระยะเวลาสัมผัสความเสี่ยงยาวขึ้น

โดยสรุป สาเหตุของ HPV คือการรับเชื้อจากการสัมผัสผิวหนัง/เยื่อบุที่มีไวรัส โดยความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อมีปัจจัยที่ทำให้เชื้อคงอยู่นาน

อาการของ HPV

HPV จำนวนมาก “ไม่แสดงอาการ” ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าติดเชื้อ และมักตรวจพบจากการคัดกรองปากมดลูกหรือการตรวจรอยโรคค่ะ

อาการที่อาจพบได้

ก่อนดูรายการอาการ ขอแยกให้ชัดว่าอาการขึ้นกับสายพันธุ์และตำแหน่งที่ติดเชื้อ

  • ไม่มีอาการ พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงติดเชื้อใหม่ๆ
  • หูดหงอนไก่ อาจเป็นตุ่มนูน/ตุ่มขรุขระ สีเนื้อหรือชมพู พบที่อวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือขาหนีบ บางรายคัน แสบ หรือมีเลือดซึมจากการเสียดสี
  • ความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก โดยมากไม่ทำให้มีอาการชัดเจน ต้องอาศัยการตรวจคัดกรอง เช่น Pap smear หรือ HPV test
  • อาการตามตำแหน่งอื่นๆ หากเกิดรอยโรคในช่องปาก/คอหอยหรือทวารหนัก อาจไม่มีอาการหรือมีอาการเฉพาะทาง ซึ่งควรให้แพทย์ประเมิน

สรุปคือ HPV มักเงียบ แต่ถ้ามีอาการมักมาในรูป “หูด” หรือ “ผลตรวจคัดกรองผิดปกติ” มากกว่าการปวดหรือมีไข้แบบการติดเชื้อทั่วไป

วิธีรักษา HPV

แนวทางรักษา HPV จะเน้น “รักษารอยโรคที่เกิดจาก HPV” และ “ติดตามความผิดปกติของเซลล์” เพราะยังไม่มียาฆ่าไวรัส HPV ที่ทำให้เชื้อหายทันทีแบบเฉพาะเจาะจงค่ะ

หลักการรักษาที่ควรรู้

ก่อนเข้ารายละเอียด วิธีคิดสำคัญมี 3 ข้อ: รักษาตามรอยโรค, ลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ, และติดตามผลสม่ำเสมอ

กรณีหูดหงอนไก่

  • การทายาตามแพทย์สั่ง เช่น ยากระตุ้นภูมิหรือยาที่ทำให้รอยโรคหลุดลอก (ขึ้นกับตำแหน่งและความเหมาะสม)
  • การจี้เย็น การจี้ไฟฟ้า เลเซอร์ หรือการตัดออก ในรายที่รอยโรคใหญ่ หลายตำแหน่ง หรือดื้อการรักษา
  • จุดที่ต้องเข้าใจคือหูดอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ เพราะเชื้ออาจยังคงอยู่ในผิวหนังบริเวณใกล้เคียง

กรณีผลตรวจปากมดลูกผิดปกติ/รอยโรคก่อนมะเร็ง

  • แพทย์อาจทำการส่องกล้องปากมดลูก ตัดชิ้นเนื้อ หรือรักษารอยโรคด้วยหัตถการ เช่น การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า ตามระดับความรุนแรง
  • มีการนัดติดตามผล เพื่อดูว่าความผิดปกติหายไปหรือมีการกลับเป็นซ้ำ

กรณีสงสัยมะเร็งหรือมีอาการผิดปกติชัดเจน

ต้องเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งอาจประกอบด้วยการผ่าตัด รังสีรักษา หรือเคมีบำบัดตามระยะโรค

วัคซีนช่วย “รักษา” ได้ไหม

hpv วัคซีน มีบทบาทหลักในการ “ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม” และลดโอกาสเกิดรอยโรคในอนาคต แต่ไม่ใช่ยารักษาการติดเชื้อที่เป็นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในบางคนที่เคยติดเชื้อบางสายพันธุ์ การฉีดวัคซีนยังอาจช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยติดได้ค่ะ

โดยสรุป วิธีรักษา HPV คือการรักษารอยโรคและติดตามความผิดปกติอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การกินยาแล้วไวรัสหายทันที

การดูแลตัวเองเมื่อมี HPV

การดูแลตัวเองที่ดีช่วยให้รอยโรคหายไว ลดการกลับเป็นซ้ำ และลดโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ค่ะ

ก่อนดูรายการ แนะนำให้ตั้งเป้า 3 เรื่องคือ ลดการระคายเคืองบริเวณรอยโรค เสริมพฤติกรรมลดเสี่ยง และทำตามนัดติดตาม

  • ทำตามแผนรักษาและนัดติดตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีผลตรวจปากมดลูกผิดปกติ เพราะการติดตามต่อเนื่องสำคัญมาก
  • หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือพยายามกำจัดหูดเอง เพราะเสี่ยงอักเสบ ติดเชื้อแทรกซ้อน และแพร่เชื้อไปบริเวณอื่น
  • งดเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีรอยโรคกำเริบหรือกำลังรักษา หรือปรึกษาแพทย์ว่าควรหลีกเลี่ยงนานแค่ไหน
  • ใช้ถุงยางอนามัยสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อได้ แม้ป้องกันไม่ได้ 100% เพราะยังมีผิวหนังส่วนที่ไม่ถูกคลุม
  • เลิกบุหรี่และนอนให้พอ เพื่อช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น และลดโอกาสการติดเชื้อแบบคงอยู่นาน

สรุปคือ การดูแลตัวเองเมื่อมี HPV คือดูแลรอยโรคอย่างปลอดภัย ลดพฤติกรรมเสี่ยง และมาตามนัด เพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว

การป้องกัน HPV

การป้องกัน HPV ทำได้ทั้งก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์และหลังเริ่มมีเพศสัมพันธ์แล้ว โดยเน้นวัคซีน การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และการคัดกรองตามคำแนะนำค่ะ

ก่อนดูรายการ โปรดจำไว้ว่า “วัคซีน + พฤติกรรม + คัดกรอง” ทำงานเสริมกัน ไม่มีข้อใดข้อหนึ่งที่แทนกันได้ทั้งหมด

  • ฉีดวัคซีน HPV
  • hpv วัคซีน ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อสายพันธุ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่ (ขึ้นกับชนิดวัคซีน)
  • ฉีดได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย และมักได้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ แต่คนที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังอาจได้ประโยชน์ในแง่การป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยติด
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ลดโอกาสรับ-ส่งเชื้อและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย
  • จำกัดจำนวนคู่นอนและสื่อสารเรื่องความเสี่ยงกับคู่ เป็นการลดโอกาสสัมผัสเชื้อโดยตรง
  • ไม่ใช้ของเล่นทางเพศร่วมกัน หรือทำความสะอาดอย่างถูกต้อง และควรใช้อุปกรณ์ป้องกันกับของเล่นทางเพศ
  • ตรวจคัดกรองปากมดลูกตามช่วงอายุ/ความเสี่ยง เพราะช่วยพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็ง ซึ่งรักษาได้มีประสิทธิภาพกว่า

โดยสรุป การป้องกัน HPV ที่คุ้มค่าที่สุดคือฉีดวัคซีนร่วมกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และเข้ารับการคัดกรองตามคำแนะนำ

ควรพบแพทย์เมื่อไรในกรณี HPV

การพบแพทย์เร็วช่วยให้วินิจฉัยรอยโรคได้ถูกต้อง แยกโรคอื่นที่คล้ายกัน และวางแผนติดตามได้เหมาะสมค่ะ

หากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ แนะนำให้ไปพบแพทย์

  • มีตุ่ม/ก้อน/หูดบริเวณอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก โดยเฉพาะถ้าโตขึ้น เพิ่มจำนวน หรือมีเลือดออก
  • คัน แสบ ปวด หรือมีตกขาวผิดปกติเรื้อรัง แม้ไม่จำเป็นต้องเป็น HPV แต่ควรตรวจหาสาเหตุ
  • มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ต้องประเมินสาเหตุอย่างจริงจัง
  • ผล Pap smear หรือ HPV test ผิดปกติ ควรไปตามนัดเพื่อส่องกล้อง/ตรวจเพิ่มเติม
  • มีภูมิคุ้มกันต่ำ และสงสัยรอยโรคที่สัมพันธ์กับ HPV เพราะอาจเป็นมากหรือเป็นซ้ำง่าย

สรุปคือ ควรพบแพทย์เมื่อมีรอยโรคสงสัยหูด ผลคัดกรองผิดปกติ หรือมีเลือดออก/อาการผิดปกติที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

สรุป HPV และข้อควรรู้สำคัญ

HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อย ส่วนมากไม่มีอาการและหายได้เอง แต่บางสายพันธุ์ทำให้เกิดหูดหงอนไก่และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก แนวทางสำคัญคือป้องกันด้วยวัคซีน ใช้ถุงยาง ลดพฤติกรรมเสี่ยง และตรวจคัดกรองตามคำแนะนำเพื่อเจอความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้นค่ะ

หากคุณอยากทำความเข้าใจเรื่อง HPV ให้ชัดขึ้น หรืออยากได้ข้อมูลประกอบการเตรียมคำถามไปพบแพทย์ สามารถแชตกับ Medy จาก The Medicative เพื่ออ่านคำอธิบายที่เข้าใจง่ายและค้นหัวข้อที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้นนะคะ โดยสรุป การมีข้อมูลที่ดีจะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องการป้องกันและการดูแลตัวเองได้มั่นใจขึ้น

FAQ เกี่ยวกับ HPV

  1. HPV หายเองได้ไหม

ได้ในหลายกรณีค่ะ โดยเฉพาะการติดเชื้อใหม่ ร่างกายมักกำจัดเชื้อได้ภายในประมาณ 1–2 ปี อย่างไรก็ตามบางคนเชื้ออาจคงอยู่นานและเพิ่มความเสี่ยงรอยโรคที่ปากมดลูก จึงควรคัดกรองตามคำแนะนำ สรุปคือ HPV หายเองได้บ่อย แต่ไม่ควรละเลยการติดตาม

  1. ติด HPV แปลว่าจะเป็นมะเร็งแน่นอนหรือเปล่า

ไม่เสมอไปค่ะ มะเร็งมักเกิดจากการติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูงแบบ “เรื้อรัง” ร่วมกับปัจจัยอื่น การตรวจคัดกรองช่วยเจอระยะก่อนมะเร็งและรักษาได้ดี สรุปคือ ติด HPV ไม่เท่ากับเป็นมะเร็ง แต่ต้องดูชนิดและการติดตาม

  1. ผู้ชายติด HPV ได้ไหม และมีอันตรายอะไร

ติดได้ค่ะ ผู้ชายอาจมีหูดหงอนไก่ และมีความเสี่ยงมะเร็งบางตำแหน่ง เช่น องคชาต ทวารหนัก หรือช่องปาก/คอหอย (ความเสี่ยงขึ้นกับหลายปัจจัย) สรุปคือ HPV ไม่ได้เกิดเฉพาะผู้หญิง และการป้องกันสำคัญทั้งสองเพศ

  1. HPV ติดต่อจากการใช้ห้องน้ำหรือจับมือได้ไหม

โดยทั่วไปโอกาสน้อยมากค่ะ การติดต่อหลักมาจากการสัมผัสผิวหนัง/เยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศหรือกิจกรรมทางเพศ สรุปคือ HPV ไม่ใช่เชื้อที่ติดต่อกันง่ายจากการใช้ชีวิตทั่วไปแบบจับมือหรือใช้ห้องน้ำร่วมกัน

  1. ถุงยางป้องกัน HPV ได้ 100% ไหม

ไม่ 100% ค่ะ เพราะ HPV แพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ถุงยางอาจคลุมไม่ทั้งหมด แต่การใช้ถุงยางสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงได้มาก และช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นด้วย สรุปคือ ถุงยางช่วยลดเสี่ยงแต่ไม่กันได้ทั้งหมด

  1. ถ้าพบหูดหงอนไก่ ต้องรักษาทุกคนไหม

ควรพบแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนรักษาค่ะ เพราะรอยโรคบางอย่างคล้ายหูดแต่เป็นโรคอื่น และการรักษาช่วยลดการแพร่เชื้อ ลดอาการรบกวน และลดโอกาสรอยโรคลุกลาม สรุปคือ ควรให้แพทย์ประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม

  1. HPV ตรวจได้อย่างไร

ในผู้มีปากมดลูก มักตรวจด้วยการคัดกรอง เช่น Pap smear และ/หรือ HPV DNA test ตามช่วงอายุและแนวทาง ส่วนหูดมักประเมินจากการตรวจร่างกายโดยแพทย์ สรุปคือ การตรวจขึ้นกับตำแหน่งและวัตถุประสงค์ของการตรวจ

  1. ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังต้องตรวจคัดกรองปากมดลูกไหม

ยังต้องตรวจค่ะ เพราะวัคซีนครอบคลุมเฉพาะบางสายพันธุ์ และการคัดกรองช่วยตรวจพบความผิดปกติจากสาเหตุอื่นหรือสายพันธุ์ที่วัคซีนไม่ครอบคลุม สรุปคือ วัคซีนช่วยป้องกันมาก แต่คัดกรองยังจำเป็น

  1. เคยติด HPV แล้ว ฉีดวัคซีนยังมีประโยชน์ไหม

มักยังมีประโยชน์ได้ค่ะ เพราะคุณอาจยังไม่เคยติดทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม การฉีดช่วยลดโอกาสติดสายพันธุ์อื่นในอนาคต แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความเหมาะสมรายบุคคล สรุปคือ เคยติดแล้วก็อาจยังได้ประโยชน์จากวัคซีน

  1. รักษาหูดหงอนไก่แล้ว ทำไมกลับมาเป็นซ้ำได้

เพราะการรักษาส่วนมากเป็นการกำจัด “รอยโรค” แต่เชื้ออาจยังคงอยู่ในผิวหนังบริเวณใกล้เคียง หรือภูมิคุ้มกันยังไม่กดเชื้อได้ดีพอ จึงมีโอกาสกลับเป็นซ้ำ โดยเฉพาะช่วงไม่กี่เดือนแรกหลังรักษา สรุปคือ การเป็นซ้ำพบได้ และต้องติดตาม/ดูแลปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย

dr-to-input

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

นพ. โอฬาริก มุสิกวงศ์​
สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

แพทย์ผู้เขียนบทความ

นพ. โอฬาริก มุสิกวงศ์​
11161

Contact Channel:

บทความที่เกี่ยวข้อง

Latest Posts

No data was found

Subscribe and Follow

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า