สวัสดีค่ะ วันนี้หมอจะมาชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ “ต้อกระจก” กันนะคะ
ต้อกระจกคืออะไร?
ต้อกระจกเป็นภาวะที่เลนส์ตาขุ่นขึ้นค่ะ ปกติแล้วเลนส์ตาของเราควรจะใสเพื่อให้แสงผ่านเข้าสู่ดวงตาได้ดี ทำให้เรามองเห็นภาพได้ชัดเจน แต่ถ้าเลนส์ตามีความขุ่นเกิดขึ้น ก็จะทำให้แสงเข้าไปในตาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้ตามัว หรือมองเห็นไม่ชัดได้ค่ะ
สาเหตุของต้อกระจก
สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ “อายุที่มากขึ้น” ค่ะ ซึ่งความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหลังจากอายุ 40 ปีขึ้นไป จริงๆ แล้ว ทุกคนมีโอกาสเป็นต้อกระจกเมื่ออายุมากขึ้น เพียงแต่จะเป็นเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างค่ะ
แต่ต้อกระจกก็สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะในเด็กที่คุณแม่มีการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ เช่น หัดเยอรมัน เด็กที่เกิดมาอาจมีต้อกระจกตั้งแต่กำเนิดได้ค่ะ
สาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดต้อกระจกได้
- การสูบบุหรี่
- การโดนแสงแดดหรือแสงยูวีเป็นประจำ
- การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
- โรคเบาหวาน
- การได้รับอุบัติเหตุที่ดวงตามาก่อน
- การเคยผ่าตัดจอประสาทตามาก่อน
อาการของต้อกระจก
ในระยะแรกอาจไม่มีอาการเลยค่ะ แต่เมื่อเริ่มเป็นมากขึ้น มีอาการที่พบได้บ่อยคือ
- ตามัว มองเห็นไม่ชัด โดยเฉพาะในที่แสงน้อย เช่น ตอนกลางคืน
- มองเห็นภาพเหมือนมีหมอกหรือฝ้า
- ขับรถตอนกลางคืนลำบาก
- อาจมองเห็นแสงไฟกระจาย หรือเห็นแสงจ้ามากกว่าปกติ
การตรวจวินิจฉัย
คุณหมอจะใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจตาเพื่อดูความขุ่นของเลนส์แก้วตา และอาจต้องขยายม่านตาเพื่อตรวจดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยค่ะ
ผลกระทบจากต้อกระจก
ถ้าตามัวมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การเข้าสังคม ในผู้สูงอายุ ต้อกระจกยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการล้มได้อีกด้วยค่ะ
ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนต้อกระจก “สุก” (คือขุ่นขาวทั้งเลนส์) อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ต้อหิน หรือการอักเสบในลูกตาได้ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาค่ะ
การป้องกันต้อกระจก
- ใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องออกแดด
- หลีกเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น
- ควบคุมโรคที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน
- ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะหลังอายุ 40 ปี
การรักษาต้อกระจก
ในระยะแรก ถ้ายังมีอาการไม่มาก อาจลองเปลี่ยนแว่นก่อน แต่ถ้าแว่นช่วยไม่ได้แล้ว การรักษาหลักก็คือ การผ่าตัดต้อกระจก ค่ะ ปัจจุบันการผ่าตัดปลอดภัยมาก แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
การผ่าตัดต้อกระจก
- ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที
- ใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ
- แผลเล็กมาก ประมาณ 3 มิลลิเมตร และไม่ต้องเย็บแผล
- เอาเลนส์ตาที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์เทียมเข้าไปแทน
- หลังผ่าตัด มองเห็นดีขึ้นทันทีในหลายๆ คน
การดูแลหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัดควรดูแลตัวเองตามนี้นะคะ
- หยอดยาตามที่แพทย์สั่งเพื่อลดการอักเสบ
- ห้ามน้ำเข้าตาอย่างน้อย 1 เดือน
- ใส่ที่ครอบตากันไม่ให้เผลอขยี้ตา
- งดกิจกรรมหนักๆ เช่น ยกของหนัก หรือออกกำลังกายหักโหม
- ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตามาก หรือมองเห็นลดลง ควรรีบพบแพทย์ค่ะ
สรุป
ต้อกระจกเป็นภาวะที่พบได้บ่อย แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัดค่ะ ใครที่เริ่มมีอาการตามัว หรือมองไม่ชัด อย่าลืมมาตรวจตากับคุณหมอนะคะ จะได้รักษาได้ทันท่วงที