การมีลูกคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของครอบครัว แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจ ก็มักมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายตามมาเป็นเงา ทั้งค่าฝากครรภ์ตลอด 9 เดือน ไปจนถึงค่าทำคลอดที่โรงพยาบาล ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงหลักหมื่นหรือหลักแสน
สำหรับครอบครัวข้าราชการ ขอให้คุณพ่อคุณแม่วางใจได้เลยค่ะ เพราะสวัสดิการข้าราชการพร้อมดูแลและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณได้ทุ่มเทความสุขทั้งหมดไปกับการรอคอยต้อนรับสมาชิกใหม่ได้อย่างเต็มเปี่ยม The Medicative จะพาไปดูรายละเอียดสิทธิประโยชน์กันค่ะ
สิทธิครอบคลุมอะไรบ้าง?
สิทธิข้าราชการครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรอย่างครบวงจร โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ:
1. ค่าตรวจครรภ์และฝากครรภ์ (Antenatal Care)
คุณแม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการตรวจและฝากครรภ์ที่สถานพยาบาลของทางราชการได้ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ ซึ่งโดยทั่วไปจะรวมถึง:
- ค่าตรวจวินิจฉัยต่างๆ เช่น ค่าตรวจเลือด, ค่าอัลตราซาวด์
- ค่ายาบำรุงครรภ์ที่แพทย์สั่ง
- ค่าบริการทางการแพทย์และพยาบาล
2. ค่าคลอดบุตร (Childbirth)
สิทธิครอบคลุมทั้งการคลอดปกติและการผ่าตัดคลอด โดยสามารถเบิกจ่ายได้ตามประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งโดยทั่วไปจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในโรงพยาบาล เช่น:
- ค่าทำคลอด (ทั้งคลอดธรรมชาติและผ่าตัดคลอด)
- ค่าห้องและค่าอาหารระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาล
- ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการคลอด
- ค่าดูแลสุขภาพของคุณแม่และทารกแรกเกิดหลังคลอด
ข้อควรรู้: แม้บุตรจะยังไม่เกิด แต่คุณแม่สามารถใช้สิทธิของตัวเอง (หากเป็นข้าราชการ) หรืออาศัยสิทธิของคู่สมรส (ที่เป็นข้าราชการ) ในการเบิกค่าฝากครรภ์และค่าคลอดได้เลยค่ะ
ใครใช้สิทธิได้บ้าง?
สิทธินี้สามารถใช้ได้ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายที่เป็นผู้มีสิทธิข้าราชการค่ะ
- กรณีผู้มีสิทธิเป็นหญิง (คุณแม่): สามารถใช้สิทธิของตนเองได้โดยตรง
- กรณีผู้มีสิทธิเป็นชาย (คุณพ่อ): สามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลให้กับ คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์และคลอดบุตรได้
นอกจากนี้ หากบุตรที่เกิดมาจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลเพิ่มเติม ก็สามารถใช้สิทธิของบิดาหรือมารดาที่เป็นข้าราชการได้ทันที (แม้จะเป็นบุตรคนที่ 4 ในกรณีคลอดแฝดก็ตาม)
ใช้สิทธิที่ไหนและอย่างไร?
1. สถานพยาบาลของทางราชการ:
- สามารถใช้
ระบบเบิกจ่ายตรง ได้ทั้งค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร เพียงยื่นบัตรประชาชนของคุณแม่ที่โรงพยาบาล ไม่ต้องสำรองจ่ายในส่วนที่เบิกได้ - โรงพยาบาลจะดำเนินการเบิกจ่ายกับกรมบัญชีกลางโดยตรง ผู้ใช้สิทธิจะจ่ายเฉพาะค่าใช้จ่ายส่วนเกิน (ถ้ามี) เช่น ค่าห้องพิเศษ
2. สถานพยาบาลของเอกชน:
- กรณีฉุกเฉิน: หากมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องคลอดฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตแม่และเด็ก สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดได้
- กรณีคลอดตามนัดในโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ: กรมบัญชีกลางมีโครงการเบิกจ่ายตรงกับโรงพยาบาลเอกชนสำหรับโรคที่ต้องนัดหมายล่วงหน้า (Elective Surgery) ซึ่ง การคลอดบุตร ถือเป็นหนึ่งในนั้น
ขั้นตอนการใช้สิทธิ
- ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการและโรคที่ครอบคลุมจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง
- ติดต่อโรงพยาบาลเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ต้องชำระเอง
- เมื่อตกลงเข้ารับการรักษา โรงพยาบาลจะเบิกส่วนที่เบิกได้กับกรมบัญชีกลางโดยตรง ส่วนเราจะจ่ายเฉพาะส่วนเกินที่ตกลงกันไว้
ระยะเวลาในการใช้สิทธิ
บุตรอายุ 17 ปีตั้งครรภ์เบิกได้ไหม? หากบุตรหญิงของผู้มีสิทธิซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุไม่ถึง 20 ปีและยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ตั้งครรภ์ ผู้มีสิทธิ สามารถเบิกค่าคลอดบุตรให้ได้ เพราะถือเป็นค่ารักษาพยาบาลของบุตรซึ่งยังอยู่ในสิทธิค่ะ
การเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคุณแม่เป็นช่วงเวลาที่พิเศษ การมีสวัสดิการที่ดีคอยสนับสนุนจะช่วยคลายความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และทำให้คุณสามารถโฟกัสกับความสุขของการสร้างครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับทุกครอบครัวนะคะ!


