เมื่อพูดถึงการรักษาพยาบาล หลายคนอาจนึกถึงยาแผนปัจจุบันและการผ่าตัด แต่รู้ไหมคะว่า ศาสตร์การดูแลสุขภาพของไทยเราอย่าง “การแพทย์แผนไทย” หรือการนวดแผนไทยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทรงพลังและได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาสมุนไพรที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ หรือการทำหัตถบำบัด (การนวดเพื่อการรักษา) เพื่อฟื้นฟูร่างกาย
สำหรับผู้มีสิทธิข้าราชการและครอบครัวที่สนใจการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ เพราะสวัสดิการข้าราชการเปิดกว้างให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนไทยได้ด้วย The Medicative จะพาไปดูว่าเงื่อนไขและขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้าง
สิทธิครอบคลุมอะไรบ้าง?
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยวิธีแพทย์แผนไทยนั้น มุ่งเน้นไปที่
“การรักษาโรค” และ “การฟื้นฟูสมรรถภาพ” เป็นหลัก ส่วนการบำบัดเพื่อส่งเสริมสุขภาพหรือป้องกันโรค เช่น การนวดเพื่อผ่อนคลาย จะยังไม่สามารถเบิกได้นะคะ
โดยสิทธิจะครอบคลุม 2 ส่วนหลักๆ คือ:
1. ค่ายาสมุนไพรและยาแผนไทย
เบิกได้เฉพาะยาที่ใช้เพื่อบำบัดรักษาโรค ตามรายการและเงื่อนไขดังนี้
- ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร: ใช้ตามข้อบ่งใช้ที่กำหนด
- ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ: ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
- ยาที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการของรัฐผลิตเอง: หากอยู่นอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ต้องเป็นตำรับที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการยาของโรงพยาบาล หรือคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการ
- ยาที่ปรุงสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย: เช่น “ยาหม้อ”
ยาใช้ภายนอกเฉพาะที่ สำหรับบรรเทาอาการปวดหรืออักเสบของข้อและกล้ามเนื้อ รวมถึงยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
- เบิกได้ตามข้อบ่งใช้และเงื่อนไขในบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
- เบิกได้ไม่เกินเดือนละ 1 หน่วยบรรจุภัณฑ์ เช่น หลอด ขวด หรือตลับ
- สั่งจ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน
ผู้สั่งยาต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบันที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย หรือแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เครื่องสำอาง และอาหาร ไม่สามารถเบิกได้
2. ค่าบริการหัตถบำบัด: นวด ประคบ และอบสมุนไพร
เบิกได้เฉพาะการบำบัดรักษาโรคหรือฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่รวมการนวดเพื่อผ่อนคลาย โดยมีอัตราดังนี้
- นวดเพื่อรักษาหรือฟื้นฟูสมรรถภาพ: 200 บาท
- ประคบสมุนไพร: 150 บาท
- นวดพร้อมประคบสมุนไพร: 250 บาท
- อบไอน้ำสมุนไพร: 120 บาท
- ทับหม้อเกลือเพื่อฟื้นฟูมารดาหลังคลอด: 300 บาท
เงื่อนไขการเบิก
- เบิกได้วันละ 1 ครั้ง และไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในกรณีนวดเพื่อการรักษา
- ในวันเดียวกันเบิกได้เพียงรายการเดียว เช่น จะเบิกทั้งนวดและนวดพร้อมประคบในวันเดียวกันไม่ได้
- ต้องมีใบรับรองจากแพทย์แผนปัจจุบันที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย หรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์
- ต้องรับบริการที่สถานพยาบาลของรัฐที่มีบริการแพทย์แผนไทย
- เบิกได้ทั้งในระบบเบิกจ่ายตรง และแบบสำรองจ่ายแล้วนำใบเสร็จไปยื่นเบิกที่ต้นสังกัด
ใครใช้สิทธิได้บ้าง?
ผู้ที่สามารถใช้สิทธินี้ได้คือ “ผู้มีสิทธิข้าราชการ” และ “บุคคลในครอบครัว” ที่ชอบด้วยกฎหมายทุกท่านค่ะ
- ตัวข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ/ผู้รับบำนาญ
- บิดาและมารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย
- คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย
บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (อายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ และเบิกได้ไม่เกิน 3 คน)
ใช้สิทธิที่ไหนและอย่างไร?
การใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยแพทย์แผนไทยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ “หนังสือรับรอง” ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ และต้องใช้สิทธิที่ สถานพยาบาลของทางราชการที่มีบริการด้านการแพทย์แผนไทย
ขั้นตอนการใช้สิทธิ:
- ขอหนังสือรับรองความจำเป็น: ก่อนเข้ารับการรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนไทย ผู้ป่วยจะต้องได้รับ หนังสือรับรองจากแพทย์ ที่ระบุว่ามีความจำเป็นต้องรักษาหรือฟื้นฟูด้วยวิธีนี้ โดยผู้ที่สามารถออกหนังสือรับรองให้ได้ มี 3 กลุ่มคือ:
- แพทย์แผนปัจจุบัน (ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม)
- แพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย
- แพทย์แผนไทยประยุกต์
- เข้ารับการรักษา: นำหนังสือรับรองไปยื่นที่สถานพยาบาลของทางราชการที่มีบริการด้านการแพทย์แผนไทย
- ใช้สิทธิเบิกจ่าย: ติดต่อสถานพยาบาลเพื่อใช้ระบบเบิกจ่ายตรง หรือสำรองจ่ายแล้วนำใบเสร็จรับเงินพร้อมหนังสือรับรองจากแพทย์ไปยื่นเบิกที่ส่วนราชการต้นสังกัด
ข้อควรรู้: การเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยแพทย์แผนไทย ใช้ได้ทั้งระบบเบิกจ่ายตรงและการสำรองจ่ายแล้วเบิกคืน ตามหลักเกณฑ์และบริการที่สถานพยาบาลรองรับค่ะ
ระยะเวลาในการใช้สิทธิ
สามารถใช้สิทธิได้ตามความจำเป็นในการรักษาและตามคำวินิจฉัยของแพทย์ผู้ออกหนังสือรับรอง โดยสามารถนำใบเสร็จมายื่นเบิกได้ภายใน 1 ปีนับจากวันที่ออกใบเสร็จค่ะ
ศาสตร์การแพทย์แผนไทยเป็นอีกหนึ่งมรดกทางปัญญาที่ทรงคุณค่าและเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่น่าสนใจ การที่สิทธิข้าราชการเปิดกว้างให้เบิกจ่ายได้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ช่วยให้เราเข้าถึงการรักษาที่หลากหลายและเหมาะสมกับตัวเองได้มากขึ้น หากสนใจ ลองปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นและขอหนังสือรับรองเพื่อใช้สิทธิกันได้เลยนะคะ
อ้างอิง
- อัตราค่าบริการสาธารณสุขเพื่อใช้สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ หมวดที่ ๑๕ ค่าบริการฝังเข็มและค่าบริการการให้การบำบัดของผู้ประกอบโรคศิลปะอื่น
- หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
- กรมบัญชีกลาง กค 0416.2/ว 633 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569: หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายาแผนไทยและยาใช้ภายนอกเฉพาะที่ รวมถึง NSAIDs
- กรมบัญชีกลาง กค 0416.2/ว 733 ลงวันที่ 24 กันยายน 2569: ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายาแผนไทยและยาใช้ภายนอกเฉพาะที่
- กรมบัญชีกลาง กค 0416.2/ว 134 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2561 และ กค 0422.2/ว 447 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558: ค่าบริการหมวดที่ 15 (เอกสารสรุปสิทธิสวัสดิการ หน้า 52)


