45665656565
ผู้ประกันตนที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เนื่องจากปัญหาสุขภาพดวงตา เช่น โรคกระจกตาขุ่นหรือเสียหาย สามารถใช้สิทธิประกันสังคมเพื่อรับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่เกินไปตามเกณฑ์ที่กำหนด บทความนี้จะสรุปรายละเอียดที่ครอบคลุมทุกแง่มุมเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าใจสิทธิที่ได้รับและกระบวนการใช้สิทธิเหล่านี้อย่างครบถ้วน
ไปยังหัวข้อที่คุณสนใจ
สิทธิการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ครอบคลุมอะไรบ้าง ?
การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ครอบคลุมวิธีการเปลี่ยนกระจกตา ดังนี้:
- การเปลี่ยนกระจกตาทุกชั้น (Penetrating Keratoplasty)
- การเปลี่ยนเฉพาะชั้นบนของกระจกตา (Anterior Lamella Keratoplasty)
- การเปลี่ยนเฉพาะชั้นล่างของกระจกตา (Endothelial Keratoplasty)
- การเปลี่ยนกระจกตาด้วยกระจกตาเทียม (Keratoprosthesis)
ใครใช้สิทธิได้บ้าง?
ผู้ประกันตนที่จะได้รับสิทธิการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาต้องมีคุณสมบัติตามนี้:
- เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม (มาตรา 33, 39)
- เป็นผู้ที่มีอาการหรือโรคที่เข้าข่ายการรักษา ดังนี้
- โรคแผลเป็นที่กระจกตา (Corneal scar)
- โรคกระจกตาเป็นแผล (Corneal ulcer)
- โรคกระจกตาขุ่นเป็นฝ้าขาว บวม (Corneal decompensation or Bullous keratopathy) เช่น เป็นแผล หรือกระจกตาบวมจากอุบัติเหตุสารเคมี หรือกระจกตาบวมหลังการผ่าตัด เป็นต้น
- กระจกตาเสื่อมตามอายุ
- กระจกตาผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือจากพันธุกรรม (Comed dotoppry) หรือการติดเชื้อตั้งแต่เกิด เช่น โรคกระจกตาเสื่อม
- กระจกตาขุ่นจากโรคกระจกตาทางภูมิร่างกายผิดปกติ เช่น โรคจากการแพ้ยาบางชนิด
- โรคกระจกตามีความโค้งผิดรูป ไม่คงตัว (Keratoconus) กระจกตาบาง (corneal stromal thinning, descemetocele)
- กรณีเร่งด่วนอื่น ๆ เช่น
- โรคติดเชื้อที่กระจกตารุนแรง และไม่สามารถควบคุมด้วยการใช้ยารักษาได้
- กระจกตากำลังจะทะลุ หรือทะลุแล้ว
- ได้รับกระจกตาจากสภากาชาดแล้ว
- กรณีอื่น ๆ ที่แพทย์เฉพาะทางพิจารณาแล้วว่าต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา
- ผ่านการตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์ ว่าการรักษานี้มีความจำเป็น
ใช้สิทธิได้ที่ไหน และมีขั้นตอนการใช้สิทธิอย่างไร?
- ตรวจวินิจฉัย และขอใบรับรองแพทย์และขอรับคำแนะนำ
- ผู้ประกันตนตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมกับสำนักงานประกันสังคม จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
- โทรติดต่อสถานพยาบาล เพื่อนัดหมายเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางด้านโรคตา
- เข้ารับการตรวจวินิจฉัย และขอเอกสารจากสถานพยาบาล เพื่อนำไปยื่นขอใช้สิทธิกับสำนักงานประกันสังคม
- ยื่นคำขอใช้สิทธิ ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:
- ใบรับรองแพทย์ตามแบบฟอร์มของสำนักงานประกันสังคม
- สำเนาประวัติการรักษาจาก
- การตรวจสอบและอนุมัติ รอเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมพิจารณาและอนุมัติสิทธิการรักษา
- เข้ารับการรักษาตามสิทธิในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุมัติ ไม่ต้องสำรองจ่าย โดยยื่นเอกสารใบรับรองสิทธิให้กับสถานพยาบาล
อ้างอิง


