โรคหยุดหายใจขณะหลับเป็นภัยเงียบที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดัน และโรคหลอดเลือดสมอง
ล่าสุดประกันสังคมได้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ใหม่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ให้ครอบคลุมทั้งการตรวจวินิจฉัยและการรักษาด้วยอุปกรณ์การรักษา CPAP (Continous Positive Airway Pressure)
ไปยังหัวข้อที่คุณสนใจ
สิทธิประโยชน์
1. การตรวจวินิจฉัย (Sleep test)
โดยจ่ายค่าตรวจการนอนหลับสูงสุด 7,000 บาท
2. อุปกรณ์การรักษา (เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า: CPAP)
โดยจ่ายค่าอุปกรณ์ให้ 20,000 บาท หากเข้าเงื่อนไข ดังนี้
- ไม่สามารถรักษาแบบผ่าตัดได้ หรือรักษาแบบผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล
- มีระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยดูจากค่า AHI (Apnea-hypopnea Index) > 15 ครั้ง/ชั่วโมง หรือ มีค่า AHI 5-15 ครั้ง/ชั่วโมง ร่วมกับมีโรคแทรกซ้อนสำคัญ เช่น โรคหัวใจ ความดัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง
หมายเหตุ การเปลี่ยนเครื่องใหม่ ผู้ป่วยต้องแนบใบยืนยันว่าใช้เครื่องอย่างน้อย 4 ชั่วโมง/วัน (70% ของเวลา 3 เดือน) จึงจะมีสิทธิเปลี่ยนเครื่องได้ทุก 5 ปี ทั้งนี้ การรักษาหรือการสั่งเบิกอุปกรณ์ต้องผ่านการรับรองลงนามจากแพทย์เฉพาะทาง
3. หน้ากากครอบจมูกหรือปากที่ใช้กับอุปกรณ์ในการรักษา
โดยจ่ายค่าหน้ากากให้ 4,000 บาท
หมายเหตุ การเปลี่ยนหน้ากากผู้ป่วยต้องแนบใบยืนยันว่าใช้เครื่องอย่างน้อย 4 ชั่วโมง/วัน (70% ของเวลา 3 เดือน) จึงจะมีสิทธิเปลี่ยนหน้ากากได้ปีละ 1 ชิ้น
ใครใช้สิทธินี้ได้?
ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ มาตรา 39
จะได้รับสิทธิเมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์
ใช้สิทธิได้ที่ไหน?
- สถานพยาบาลตามสิทธิของคุณ เช็คสถานพยาบาลได้ที่ https://idpeself.sso.go.th/login/
- กรณีที่สถานพยาบาลตามสิทธิ ส่งตัวผู้ประกันตนไปรักษายังสถานพยาบาลอื่น สามารถใช้สิทธิได้
หมายเหตุ สามารถโทรสอบถามสายด่วน ประกันสังคม 1506 เพื่อตรวจสอบสถานพยาบาลที่เข้าร่วม
ระยะเวลาการใช้สิทธิ
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป
มีขั้นตอนการใช้สิทธิอย่างไร?
1. ติดต่อขอเข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิ
2. แจ้งขอเข้ารับการตรวจวินิจฉัยดังนี้:
- ตรวจการนอนหลับ Sleep Test ด้วยวิธี Full polysomnography
- ประเมินค่า AHI (Apnea-hypopnea Index)
สรุปสิทธิประกันสังคม รักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep test & CPAP)
ประกันสังคมให้สิทธิครอบคลุมการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับแบบครบวงจร โดยจ่ายค่าตรวจการนอนหลับสูงสุด 7,000 บาท และสนับสนุนเครื่อง CPAP มูลค่า 20,000 บาท พร้อมหน้ากาก 4,000 บาท สำหรับผู้ที่มีค่า AHI เกิน 15 ครั้งต่อชั่วโมง หรือ 5-15 ครั้งต่อชั่วโมงที่มีโรคแทรกซ้อน โดยต้องผ่านการรับรองจากแพทย์เฉพาะทางและใช้งานเครื่องสม่ำเสมอตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะมีสิทธิเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทุก 5 ปี


