สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์
ทีมงาน The Medicative | ติดต่อเรา
สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์

คำแนะนำ: เริ่มค้นหาด้วยคำง่าย ๆ เช่น 

สิทธิบัตรทอง

ตรวจการทำงานของไตในผู้ป่วยเบาหวาน ทำไมต้องตรวจ และตรวจอย่างไรให้รู้ทันโรคไต

Share
ตรวจการทำงานของไตในผู้ป่วยเบาหวาน สำคัญแค่ไหน?

Table of Contents

หลายคนอาจไม่ทราบว่า “โรคเบาหวาน” ไม่ได้ส่งผลเฉพาะระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่โรคไตเรื้อรัง หรือภาวะที่เรียกว่า “เบาหวานลงไต” (Diabetic Nephropathy) ได้โดยตรง ซึ่งการตรวจการทำงานของไตจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

ทำไมผู้ป่วยเบาหวานจึงมีความเสี่ยงต่อโรคไต?

ทำไมผู้ป่วยเบาหวานจึงมีความเสี่ยงต่อโรคไต?

ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำลายหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่อยู่ภายในหน่วยไต (glomeruli) ทำให้การกรองของเสียผิดปกติ เกิดเป็นภาวะไตเสื่อมในระยะยาว และอาจนำไปสู่ไตวายได้หากไม่ตรวจพบตั้งแต่ต้นค่ะ

การตรวจการทำงานของไตคืออะไร?

การตรวจการทำงานของไต (Kidney Function Test) คือการวัดความสามารถของไตในการกรองของเสียออกจากร่างกายผ่านทางเลือดและปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน จะใช้การตรวจเพื่อค้นหาภาวะไตเสื่อมที่อาจเริ่มเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีอาการ

การตรวจการทำงานของไตในผู้ป่วยเบาหวาน ควรตรวจอะไรบ้าง?

ในผู้ป่วยเบาหวาน การตรวจไตจะเน้นที่การคัดกรองความเสียหายของไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยมีการตรวจหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

1. การตรวจค่า eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate)

  • คำนวณจากค่า creatinine ในเลือด เพศ อายุ และเชื้อชาติ

  • ใช้บอกประสิทธิภาพการกรองของเสียของไต

  • ค่า eGFR < 60 ml/min/1.73 m² ติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน บ่งชี้ว่าอาจเป็นโรคไตเรื้อรัง

2. การตรวจ Albuminuria หรือ UACR (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio)

  • ตรวจพบปริมาณโปรตีน (อัลบูมิน) ที่รั่วออกมากับปัสสาวะ

  • ถือเป็นการตรวจเบื้องต้นที่ดีที่สุดในการพบ “เบาหวานลงไต” ระยะเริ่มต้น

  • ค่า UACR > 30 mg/g คือความผิดปกติ ต้องติดตามต่อเนื่อง

3. Serum Creatinine

  • เป็นค่าเบื้องต้นที่ใช้คู่กับ eGFR

  • หาก creatinine สูง อาจบ่งชี้ว่าการทำงานของไตลดลง

4. การตรวจ Blood Urea Nitrogen (BUN)

  • ใช้ควบคู่กับ creatinine เพื่อประเมินความสามารถในการขับของเสีย

5. ตรวจปัสสาวะทั่วไป (Urinalysis)

  • ตรวจหาการรั่วของโปรตีน เลือด หรือสารผิดปกติอื่น ๆ

  • มักใช้เพื่อเสริมการวินิจฉัยร่วมกับ UACR

ค่าปกติของการตรวจไตที่ควรรู้

การอ่านผลตรวจเบื้องต้นจำเป็นต้องเข้าใจค่าที่แปลได้ชัดเจนค่ะ:

                             รายการตรวจ

                        ค่าปกติ

eGFR

>90 ml/min/1.73 m²

UACR

<30 mg/g

Serum Creatinine

0.6–1.2 mg/dL (ผู้ใหญ่)

BUN

7–20 mg/dL

ปัสสาวะโปรตีน

Negative หรือ Trace

หากค่าตรวจผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำและวางแผนการรักษาค่ะ

การตรวจควรทำเมื่อไร? ทำบ่อยแค่ไหน?

  • เบาหวานชนิดที่ 1: เริ่มตรวจหลังจากวินิจฉัยครบ 5 ปี

  • เบาหวานชนิดที่ 2: ตรวจทันทีตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย

  • ความถี่: อย่างน้อยปีละครั้ง หรือถ้าพบค่าผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจทุก 3–6 เดือน

ประโยชน์ของการตรวจไตในผู้ป่วยเบาหวาน

ก่อนที่ภาวะไตเสื่อมจะลุกลามจนสายเกินไป การตรวจเชิงรุกสามารถ

  • ค้นหาภาวะไตเสื่อมตั้งแต่ระยะต้น (แม้ไม่มีอาการ)

  • ปรับยาเบาหวานให้เหมาะกับการทำงานของไต

  • ชะลอการดำเนินของโรคไตเรื้อรัง

  • วางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในระยะยาว

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

แม้ว่าการตรวจส่วนใหญ่จะไม่ซับซ้อน แต่ผู้ป่วยควร

  • งดอาหารหรือยาเฉพาะ (ตามคำแนะนำแพทย์)

  • ดื่มน้ำเพียงพอก่อนเก็บปัสสาวะ

  • แจ้งแพทย์ถึงยาที่ใช้อยู่ เพราะบางชนิดมีผลต่อค่าตรวจ

คำแนะนำในการดูแลไตของผู้ป่วยเบาหวาน

การป้องกันดีกว่าการรักษาค่ะ หากคุณหรือคนที่คุณรักเป็นเบาหวาน ควรดูแลสุขภาพไตควบคู่ไปด้วย

  • ควบคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติ

  • ลดความดันโลหิต (เป้าหมาย <130/80 mmHg)

  • งดการใช้ยาหรือสมุนไพรที่อาจเป็นพิษต่อไต

  • รับประทานอาหารเค็มให้น้อยลง

  • หมั่นออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ตรวจการทำงานของไต

Q1 : ตรวจไตกับตรวจเบาหวานใช้วิธีเดียวกันไหม?
การตรวจเบาหวานดูระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนการตรวจไตจะวัดความสามารถในการกรองของเสียผ่านค่าเช่น eGFR, UACR ค่ะ

Q2 : ถ้าค่า creatinine ปกติ แปลว่าไตยังดีอยู่ไหม?
ไม่เสมอไปค่ะ ต้องดูควบคู่กับ eGFR และ UACR จึงจะบอกได้ว่าไตทำงานดีจริงหรือไม่

Q3 : ผู้ป่วยเบาหวานที่ไตยังไม่เสื่อม ต้องตรวจบ่อยแค่ไหน?
อย่างน้อยปีละครั้งค่ะ ถ้ามีภาวะเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง อาจต้องตรวจบ่อยขึ้น

Q4 : ถ้าพบโปรตีนในปัสสาวะ ต้องกังวลไหม?
ควรตรวจซ้ำเพื่อยืนยัน และพบแพทย์เพื่อวางแผนการดูแล เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะไตเสื่อมค่ะ

Q5 : การตรวจไตต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนหรือไม่?
โดยทั่วไปการตรวจ eGFR และ UACR ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหารค่ะ แต่หากแพทย์ต้องการตรวจร่วมกับรายการอื่น ควรสอบถามล่วงหน้าว่าต้องงดหรือไม่

Q6 : ตรวจ UACR ต้องเก็บปัสสาวะช่วงไหนดีที่สุด?
ควรเก็บปัสสาวะตัวอย่างแรกของวันตอนเช้า (first morning urine) เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุดค่ะ

Q7 : การตรวจการทำงานของไตเจ็บไหม?
การตรวจส่วนใหญ่อย่าง eGFR หรือ creatinine ใช้การเจาะเลือดเล็กน้อย ส่วน UACR เก็บตัวอย่างปัสสาวะ ไม่เจ็บเลยค่ะ

Q8 : ถ้ามีเบาหวานและความดันโลหิตสูง ควรตรวจไตบ่อยขึ้นไหม?
ใช่ค่ะ การมีทั้งเบาหวานและความดันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคไต ควรตรวจการทำงานของไตอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือตามคำแนะนำแพทย์

Q9 : ตรวจเจอไตเสื่อมแล้ว แปลว่าต้องฟอกไตเลยหรือเปล่า?
ไม่จำเป็นค่ะ หากอยู่ในระยะแรก ๆ ยังสามารถชะลอการเสื่อมของไตได้ด้วยการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ต้องฟอกไตทันที

สรุป อย่ารอจนมีอาการ เพราะไตเสื่อมอาจเงียบกว่าที่คิด

การตรวจการทำงานของไตในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรคไตเรื้อรังที่เกิดจากเบาหวาน หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถชะลอหรือหยุดยั้งความเสียหายของไตได้ค่ะ

และหากคุณหรือคนในครอบครัวเป็นผู้ป่วยโรคไตอยู่แล้ว อย่าลืมว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิในการรักษาโรคไตเรื้อรังฟรี ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ ค่าแล็บ หรือการฟอกไต

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิของคุณ:

บทความที่เกี่ยวข้อง

Latest Posts

No data was found

Subscribe and Follow

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า