Table of Contents
ไตวายเรื้อรังคืออะไร?
ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease – CKD) คือภาวะที่ไตเสื่อมสมรรถภาพอย่างช้าๆ ต่อเนื่องยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี ทำให้ไตไม่สามารถกรองของเสียหรือควบคุมสมดุลเกลือแร่ น้ำ และความดันโลหิตได้ตามปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจพัฒนาไปสู่ภาวะ ไตวายระยะสุดท้าย (End-Stage Kidney Disease) ซึ่งจำเป็นต้องล้างไตหรือปลูกถ่ายไตเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ
โรคนี้ถือเป็นหนึ่งใน “ภัยเงียบ” ที่คนไทยจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นอยู่ เพราะอาการมักไม่ชัดเจนในระยะแรกๆ
ไตวายเฉียบพลัน vs ไตวายเรื้อรัง ต่างกันอย่างไร?
ผู้ป่วยหลายคนอาจสับสนระหว่าง “ไตวายเฉียบพลัน” กับ “ไตวายเรื้อรัง” มาดูความแตกต่างสำคัญเพื่อให้เข้าใจโรคได้ชัดเจนขึ้น
ตารางเทียบความแตกต่างระหว่างไตวายทั้งสองประเภท
รายละเอียด | ไตวายเฉียบพลัน | ไตวายเรื้อรัง |
ความรวดเร็วของโรค | เกิดขึ้นภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์ | พัฒนาอย่างช้าๆ ใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี |
สาเหตุ | ขาดเลือดไปเลี้ยงไต, ยาบางชนิด, ภาวะติดเชื้อรุนแรง | เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคไตเรื้อรังเดิม |
การรักษา | อาจกลับเป็นปกติได้หากรักษาทันท่วงที | ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ชะลอการเสื่อมได้ |
การทำงานของไต | ลดลงอย่างรวดเร็ว | ลดลงต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป |
การแยกแยะโรคได้อย่างถูกต้องมีความสำคัญมาก เพราะแนวทางการรักษาและการดูแลจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
สรุปง่ายๆ คือ ไตวายเฉียบพลัน : เกิดเร็ว รักษาได้ไว
ไตวายเรื้อรัง : ค่อยๆ เสื่อม ต้องดูแลระยะยาว
สาเหตุของไตวายเรื้อรัง
ไตวายเรื้อรังมักเกิดจากโรคเรื้อรังที่สะสมและค่อยๆ ทำลายการทำงานของไต เช่น:
- เบาหวาน (สาเหตุอันดับ 1 ของไตวายเรื้อรังในไทย)
- ความดันโลหิตสูง
- โรคไตอักเสบเรื้อรัง
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง
- นิ่วในไต
- พันธุกรรมหรือโรคทางกรรมพันธุ์บางชนิด
เมื่อปล่อยให้ไตทำงานหนักเกินไปเป็นเวลานาน โดยไม่มีการควบคุมโรคต้นเหตุ จะนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังในที่สุด
ระยะของโรคไตเรื้อรัง และแนวทางการรักษาในแต่ละระยะ
โรคไตเรื้อรังสามารถแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยพิจารณาจากค่า GFR (Glomerular Filtration Rate) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความสามารถในการกรองของเสียของไต
แนวทางการรักษาโรคไตเรื้อรังแต่ละระยะ
ระยะที่ 1 (GFR ≥ 90): ไตยังทำงานได้ดี
- ตรวจพบโปรตีนหรือเลือดในปัสสาวะ
- รักษาโดยควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน
- ปรับพฤติกรรม ลดเค็ม งดยาทำร้ายไต เช่น NSAIDs
ระยะที่ 2 (GFR 60–89): เริ่มเสื่อมเล็กน้อย
- ไตเริ่มเสื่อมแต่ยังไม่มีอาการ
- พบแพทย์เฉพาะทาง ตรวจติดตามสม่ำเสมอ
- ปรับอาหาร ลดโปรตีน ลดโซเดียม
ระยะที่ 3 (GFR 30–59): เสื่อมปานกลาง
- อาจเริ่มมีอาการ เช่น เหนื่อยง่าย บวม
- ให้ยาชะลอไตเสื่อม (เช่น ACEI/ARB)
- รักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น โลหิตจาง แคลเซียมต่ำ
ระยะที่ 4 (GFR 15–29): ใกล้ระยะสุดท้าย
- อาการชัดเจนมากขึ้น ปัสสาวะผิดปกติ อ่อนเพลีย
- เตรียมตัวเรื่องการล้างไต (วางเส้น AV, พบทันตแพทย์, ประเมินสิทธิรักษา)
- ปรับอาหารอย่างเคร่งครัดและติดตามภาวะแทรกซ้อน
ระยะที่ 5 (GFR < 15): ไตวายระยะสุดท้าย
- ไตทำงานน้อยกว่า 15% จำเป็นต้องล้างไตหรือปลูกถ่ายไต
- เลือกแนวทางที่เหมาะสม: ล้างไตทางเส้นเลือด, ล้างทางช่องท้อง, หรือปลูกถ่ายไต
- เข้าสู่ระบบสิทธิการรักษา เช่น บัตรทองหรือประกันสังคม
อาการของไตวายเรื้อรัง
หลายคนไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง เพราะอาการมักจะไม่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อโรคพัฒนา อาจมีอาการดังนี้:
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
- ปัสสาวะผิดปกติ (เช่น ปัสสาวะบ่อยหรือน้อยลง)
- ตัวบวม ขาบวม
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้
- ความดันโลหิตสูง
- ปวดหลังช่วงเอว
หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงและพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไต
การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคไตเรื้อรัง
การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องสามารถช่วยชะลอการเสื่อมของไตได้
แนวทางดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
- ควบคุมโรคต้นเหตุ เช่น คุมเบาหวาน ความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนด
- ลดโซเดียมในอาหาร เช่น เลี่ยงอาหารแปรรูป เครื่องปรุงเค็ม
- จำกัดโปรตีน โดยเฉพาะในระยะที่ 3 ขึ้นไป
- ดื่มน้ำในปริมาณพอเหมาะ ตามคำแนะนำแพทย์
- หลีกเลี่ยงยาและสมุนไพรที่มีผลต่อไต เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
- ตรวจสุขภาพไตอย่างสม่ำเสมอ
- ปรับพฤติกรรมชีวิต เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่
การปฏิบัติตัวอย่างต่อเนื่องจะช่วยชะลอการลุกลามของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ไตวายเรื้อรัง
Q1 : ไตวายเรื้อรังอันตรายแค่ไหน?
ไตวายเรื้อรังเป็นโรคที่มีการเสื่อมของไตอย่างช้าๆ หากไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องล้างไตหรือปลูกถ่ายไต ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษา
Q2 : ไตวายเรื้อรังต้องล้างไตทุกคนไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะ 1–4 หากควบคุมโรคและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม อาจไม่ต้องล้างไตเลย
Q3 : ไตวายเรื้อรังรักษาหายไหม?
โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมและชะลอการเสื่อมของไตได้
Q4 : ตรวจไตควรตรวจอะไรบ้าง?
- ตรวจเลือดดูค่า ครีเอตินิน (Creatinine) และคำนวณค่า GFR
- ตรวจปัสสาวะหาโปรตีนหรือเลือด
- วัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดร่วมด้วย
Q5 : โรคไตเรื้อรังต้องงดอาหารอะไร?
- เกลือ (โซเดียม) – ลดบวมและควบคุมความดัน
- โปรตีน – ลดภาระการทำงานของไต
- ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม – ในอาหารบางชนิด เช่น เครื่องใน กล้วย ผักใบเขียวเข้ม
Q6 : โรคไตวายเรื้อรังควรดื่มน้ำมากหรือน้อย?
ไม่ควรดื่มน้ำมากหรือน้อยเกินไป ควรปรึกษาแพทย์เรื่องปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับแต่ละระยะของโรค
Q7 : รับประทานสมุนไพรหรือยาจีนแทนการรักษาได้หรือไม่?
ไม่แนะนำ เพราะบางชนิดมีสารพิษต่อไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
สรุป เข้าใจไตวายเรื้อรัง รู้ทันโรค หยุดการลุกลามก่อนต้องล้างไต
ไตวายเรื้อรัง เป็นโรคที่อาจดูไม่รุนแรงในระยะแรก แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้หากไม่ใส่ใจตั้งแต่วันนี้ การทำความเข้าใจโรคอย่างลึกซึ้ง ดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด และเข้าถึง สิทธิการรักษาโรคไต ที่มีอยู่ จะช่วยให้คุณควบคุมโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปได้อย่างมั่นใจ
อ่านเพิ่มเติม: สิทธิบัตรทอง ดูแลไตเรื้อรัง ฟรี และ สิทธิประกันสังคม รักษาไตเรื้อรัง


