Table of Contents
หลายคนอาจรู้ว่าโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่อาจกระทบต่อหลอดเลือด ตา หรือหัวใจ แต่รู้หรือไม่ว่า “ไต” ก็เป็นอีกหนึ่งอวัยวะสำคัญที่เสี่ยงถูกทำลายโดยตรงจากเบาหวาน โดยเฉพาะในผู้ที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ หรือเป็นเบาหวานมานานโดยไม่ตรวจสุขภาพไตอย่างสม่ำเสมอ
เบาหวานลงไต (Diabetic nephropathy) คืออะไร
ภาวะเบาหวานลงไต คือภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดฝอยในไตที่ทำหน้าที่กรองของเสียเกิดการอักเสบ เสียหาย และทำงานเสื่อมลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดอาจนำไปสู่ภาวะ ไตวายเรื้อรัง ได้
จากข้อมูลของสมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย (DMThai.org) ผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 20–40% จะมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคไตเรื้อรัง ซึ่งหมายความว่าในผู้ป่วยเบาหวาน 10 คน อาจมีถึง 4 คนที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ “โรคไต” โดยไม่รู้ตัวค่ะ
ยิ่งผู้ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หรือมีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายที่เหมาะสม
เบาหวานลงไต เกิดจากอะไร?
ไตมีหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดผ่านหน่วยไตเล็ก ๆ ที่เรียกว่า โกลเมอรูลัส (Glomeruli) แต่เมื่อมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะทำให้
- หลอดเลือดในไตบวมหนา และความสามารถในการกรองของเสียลดลง
- มีโปรตีน (อัลบูมิน) รั่วออกมาในปัสสาวะมากกว่าปกติ
- การทำงานของไตลดลงอย่างช้า ๆ โดยไม่มีอาการในระยะแรก
ภาวะนี้จะค่อย ๆ พัฒนาเป็นไตวายเรื้อรัง และหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจถึงขั้นต้องล้างไตหรือปลูกถ่ายไตในที่สุดค่ะ
อาการของเบาหวานลงไตที่ควรระวัง
ในระยะแรก เบาหวานลงไตมักไม่มีอาการชัดเจน แต่หากโรคลุกลามไปมากขึ้น ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการ ดังนี้
- ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ (จากโปรตีนรั่ว)
- บวมที่ขา เท้า รอบตา หรือใบหน้า
- ความดันโลหิตสูงขึ้น
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดหรือแน่นบริเวณหลังช่วงเอว
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับเป็นเบาหวาน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไตอย่างละเอียดค่ะ
การวินิจฉัยและติดตามอาการเบาหวานลงไต
- ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูการรั่วของโปรตีน (Microalbuminuria)
- ตรวจเลือด เพื่อดูค่าการทำงานของไต เช่น Creatinine และ eGFR
- ตรวจความดันโลหิต เพราะความดันสูงจะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
- ติดตามค่าดัชนีน้ำตาลสะสม (HbA1c) เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีขึ้น
แนวทางการดูแลและรักษาเบาหวานลงไต
ผู้ป่วยสามารถชะลอการเสื่อมของไตได้ หากเริ่มดูแลตนเองอย่างจริงจังตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยแนวทาง ดังนี้
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเป้าหมายที่แพทย์กำหนด
- รับประทานยาควบคุมน้ำตาลและความดันตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- ลดการบริโภคโปรตีนและเกลือในอาหาร
- ดื่มน้ำในปริมาณพอเหมาะ หลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำหรือดื่มน้ำมากเกินไป
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ
หากตรวจพบในระยะแรกและรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจชะลอการเสื่อมของไต และหลีกเลี่ยงการล้างไตในอนาคตได้ค่ะ
เบาหวานลงไตกับสิทธิการรักษาในประเทศไทย
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไตเสื่อมสามารถเข้ารับการรักษาได้ตามสิทธิที่มีอยู่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
- หากใช้สิทธิบัตรทอง สามารถเข้ารับการดูแลโรคไตเรื้อรังได้ฟรี
สิทธิบัตรทองดูแลไตเรื้อรัง ฟรี - หากใช้สิทธิประกันสังคม สามารถรับบริการรักษาโรคไตได้ภายใต้หน่วยบริการที่เลือก
สิทธิประกันสังคมรักษาไตเรื้อรัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบาหวานลงไต
Q1 : เบาหวานลงไตหายขาดได้ไหม?
เบาหวานลงไตเป็นภาวะเรื้อรังที่ไม่สามารถหายขาดได้ แต่สามารถชะลอการเสื่อมของไต และรักษาคุณภาพชีวิตได้ด้วยการควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตอย่างเหมาะสมค่ะ
Q2 : เบาหวานลงไตกับโรคไตทั่วไปต่างกันอย่างไร?
เบาหวานลงไตเป็นโรคไตที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานโดยเฉพาะ ในขณะที่โรคไตทั่วไปอาจมีสาเหตุจากอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ภูมิคุ้มกันทำลายไต หรือพันธุกรรมค่ะ
Q3 : ถ้าเป็นเบาหวาน ต้องตรวจไตบ่อยแค่ไหน?
แนะนำให้ตรวจปัสสาวะหาระดับโปรตีน และตรวจค่าการทำงานของไตอย่างน้อยปีละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นตามแพทย์แนะนำ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นเบาหวานมานาน หรือควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดีค่ะ
Q4 : สามารถฟื้นฟูไตให้กลับมาเป็นปกติได้หรือไม่?
หากไตเสื่อมไปแล้วอาจไม่สามารถกลับมาทำงานได้ 100% แต่สามารถชะลอไม่ให้แย่ลง และคงสภาพให้นานที่สุดได้ด้วยการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
Q5 : เบาหวานลงไตใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเกิดอาการ?
ภาวะเบาหวานลงไตมักใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา โดยเฉลี่ยอาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ไตหลังจากเป็นเบาหวาน 5–10 ปี แต่ในบางรายอาจเร็วหรือช้ากว่านั้น ขึ้นกับการควบคุมน้ำตาลและปัจจัยเสี่ยงอื่นค่ะ
Q6 : ถ้าไม่ล้างไตได้ไหมถ้าเป็นเบาหวานลงไต?
หากได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่ระยะแรก และควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้ดี ผู้ป่วยอาจไม่ต้องล้างไต แต่หากปล่อยไว้จนไตวายระยะสุดท้าย อาจต้องพิจารณาการล้างไตหรือปลูกถ่ายไตค่ะ
Q7 : ยาเบาหวานมีผลต่อไตไหม?
ยาบางชนิดอาจมีผลต่อไตหากใช้ไม่ถูกต้อง หรือในผู้ป่วยที่ไตเสื่อมอยู่แล้ว การปรับยาให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยาทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีค่าการทำงานของไตผิดปกติค่ะ
Q8 : ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน ควรเริ่มตรวจไตเมื่อไหร่?
แนะนำให้ตรวจไตทุกปีตั้งแต่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ เพื่อวางแผนการดูแลล่วงหน้าค่ะ
Q9 : มีอาหารเสริมที่ช่วยชะลอเบาหวานลงไตหรือไม่?
ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาหารเสริมสามารถป้องกันหรือรักษาเบาหวานลงไตได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ เสมอค่ะ
สรุป ป้องกันไตเสื่อมจากเบาหวาน เริ่มที่การใส่ใจวันนี้
เบาหวานลงไตเป็นภัยเงียบที่คืบคลานอย่างช้า ๆ แต่รุนแรงในระยะยาว หากละเลยอาจทำให้คุณต้องล้างไตไปตลอดชีวิตได้ การใส่ใจตั้งแต่วันนี้ ทั้งในเรื่องอาหาร ยา การออกกำลังกาย และการตรวจติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญในการชะลอไตเสื่อม
หากคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นเบาหวาน อย่ารอให้เกิดอาการก่อนจึงจะตรวจสุขภาพไต เพราะการตรวจเช็กเป็นประจำช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็ว และสามารถวางแผนดูแลได้ทันท่วงทีค่ะ


