Table of Contents
การ ตรวจโรคไต ไม่ใช่แค่เรื่องของคนป่วย แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ โดยเฉพาะในยุคที่โรคไตเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่น่ากังวลคือ หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเป็นโรคไต จนเข้าสู่ระยะท้ายซึ่งอาจต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตในที่สุด
หากคุณกำลังสงสัยว่าควรตรวจไตเมื่อไร ตรวจอะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวยังไง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอย่างครบถ้วนค่ะ
ทำไมการตรวจคัดกรองโรคไตจึงจำเป็น?
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) มักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่ความเสียหายจะค่อย ๆ สะสมจนส่งผลต่อการทำงานของไตในระยะยาว ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสชะลอหรือป้องกันการลุกลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
- ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดหรือสมุนไพรบางชนิดเป็นประจำ
การตรวจเลือดเพื่อประเมินสุขภาพไต
หนึ่งในการตรวจพื้นฐานและจำเป็นที่สุดคือ การตรวจเลือด เพื่อวิเคราะห์ค่าต่าง ๆ ที่บ่งบอกการทำงานของไต ได้แก่
- Creatinine: สารของเสียจากกล้ามเนื้อ หากไตทำงานผิดปกติจะขับออกได้น้อย ทำให้ระดับนี้ในเลือดสูงขึ้น
- BUN (Blood Urea Nitrogen): ค่าไนโตรเจนในเลือดจากยูเรีย ซึ่งเป็นของเสียจากการเผาผลาญโปรตีน หากสูงเกินไปอาจบ่งชี้ว่าไตทำงานบกพร่อง
- eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate): ค่าที่คำนวณจากระดับ Creatinine อายุ และเพศ ใช้ประเมินว่าไตสามารถกรองของเสียได้ดีแค่ไหน โดยค่า eGFR ต่ำกว่า 60 มักหมายถึงภาวะโรคไตเรื้อรัง
การตรวจเหล่านี้มักทำร่วมกันเพื่อประเมินสุขภาพไตได้อย่างครอบคลุมค่ะ
การตรวจปัสสาวะเพื่อคัดกรองโรคไต
การตรวจปัสสาวะเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เห็น “สัญญาณเงียบ” ของโรคไต เช่น:
- การตรวจโปรตีนในปัสสาวะ (Proteinuria): หากพบโปรตีนรั่วออกมาในปริมาณมาก อาจบ่งบอกภาวะไตอักเสบหรือไตเสื่อม
- ความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ (Specific Gravity): บอกถึงความสามารถในการควบคุมความเข้มข้นของปัสสาวะ
- ตรวจหาเม็ดเลือดแดงหรือขาวในปัสสาวะ: อาจพบในกรณีไตอักเสบ นิ่ว หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
หากมีความผิดปกติในผลตรวจปัสสาวะ แพทย์จะพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น Ultrasound หรือเจาะเลือดเพิ่มเติมค่ะ
การตรวจเลือดและปัสสาวะ เมื่อไรควรตรวจทั้งคู่?
ในทางปฏิบัติ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจทั้งเลือดและปัสสาวะควบคู่กัน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงหรือเมื่อเริ่มมีอาการ เช่น บวม ปัสสาวะผิดปกติ หรือปวดเอวด้านหลัง เนื่องจากการตรวจแบบคู่จะช่วยให้เห็นภาพรวมของการทำงานไตได้ครบถ้วนและแม่นยำมากขึ้นค่ะ
การตรวจอัลตราซาวนด์ไตดูอะไรได้บ้าง?
หากผลเลือดหรือปัสสาวะมีความผิดปกติ หรือมีอาการปวดหลังเรื้อรัง แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจ อัลตราซาวนด์ไต (Ultrasound Kidney) ซึ่งสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
- รูปร่างและขนาดของไต (ไตเล็กผิดปกติหรือไม่)
- การอุดตันของท่อไตหรือมีนิ่วหรือไม่
- ถุงน้ำในไต หรือก้อนเนื้องอก
- การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดไต
การตรวจอัลตราซาวนด์ใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บ และปลอดภัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุค่ะ
ตรวจไตต้องงดน้ำงดอาหารไหม? เตรียมตัวอย่างไร
หลายคนสงสัยว่า “ตรวจไตต้องงดน้ำงดอาหารไหม?” คำตอบคือ
- หากเป็นการ ตรวจเลือดเพื่อวัด Creatinine, BUN, eGFR: ควรงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนตรวจ เพื่อผลที่แม่นยำ
- หากตรวจ ปัสสาวะ: ควรปัสสาวะครั้งแรกของวัน (หลังตื่นนอน) ซึ่งจะเข้มข้นและเหมาะสมต่อการวิเคราะห์
- ตรวจ อัลตราซาวนด์ไต: อาจต้องดื่มน้ำให้กระเพาะปัสสาวะเต็มในบางกรณีตามคำแนะนำแพทย์
คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนตรวจไต
- งดอาหารก่อนตรวจเลือด 8 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำตามปกติ แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไป
- งดการออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ
- แจ้งแพทย์หากรับประทานยาอยู่ประจำ
การตรวจกรองโรคไตในผู้สูงอายุ เริ่มเมื่อไรจึงเหมาะสม?
ในผู้สูงอายุโดยเฉพาะ อายุ 60 ปีขึ้นไป การเสื่อมถอยของการทำงานไตถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่บางครั้งก็อาจเป็นโรคไตที่ยังไม่แสดงอาการ
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยแนะนำให้
- ตรวจเลือดและปัสสาวะอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ควรตรวจถี่ขึ้นตามแพทย์แนะนำ
- หากตรวจพบความผิดปกติแม้เล็กน้อย ควรติดตามและรักษาแต่เนิ่น ๆ
การดูแลไตตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นการลงทุนสุขภาพที่คุ้มค่ามากในวัยสูงอายุค่ะ
สรุปวิธีตรวจคัดกรองโรคไต
เพื่อให้เข้าใจง่าย เราสรุปประเภทการตรวจที่ใช้คัดกรองโรคไตได้ดังนี้
ตรวจพื้นฐาน
- ตรวจเลือด: Creatinine, BUN, eGFR
- ตรวจปัสสาวะ: โปรตีน, ความถ่วงจำเพาะ, เม็ดเลือด ฯลฯ
ตรวจเพิ่มเติมในกรณีมีความเสี่ยง/อาการ
- อัลตราซาวนด์ไต
- ตรวจหาสารโปรตีนเฉพาะในปัสสาวะ (microalbuminuria)
กลุ่มที่ควรตรวจเป็นประจำ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยเบาหวาน / ความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
ยิ่งตรวจเจอเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาและชะลอโรคไตได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโรคไต
Q1 : ตรวจโรคไตเจ็บไหม?
การตรวจเลือดและปัสสาวะไม่เจ็บมากค่ะ ส่วนอัลตราซาวนด์เป็นวิธีที่ไม่เจ็บเลย ไม่ต้องฉีดยา
Q2 : ต้องตรวจไตบ่อยแค่ไหน?
ถ้าไม่มีปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจปีละครั้งค่ะ แต่ถ้ามีโรคประจำตัวหรืออายุเกิน 60 ปี ควรตรวจทุก 6 เดือน หรือบ่อยตามคำแนะนำแพทย์
Q3 : ต้องเตรียมตัวยังไงก่อนตรวจไต?
ควรงดอาหาร 8 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด และเตรียมปัสสาวะช่วงเช้าเป็นหลักค่ะ
Q4 : การตรวจโรคไตใช้เวลานานไหม?
โดยทั่วไปการเจาะเลือดและเก็บปัสสาวะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ส่วนการรอผลอาจใช้เวลาประมาณ 1–3 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทของการตรวจและระบบของโรงพยาบาลค่ะ
Q5 : ตรวจโรคไตใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไร?
หากตรวจในโรงพยาบาลรัฐและใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมโดยมีข้อบ่งชี้จากแพทย์ มักไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ แต่หากตรวจเองแบบตรวจสุขภาพทั่วไป ราคาจะอยู่ประมาณ 500–1,500 บาท ขึ้นอยู่กับรายการที่ตรวจ
Q6 : ตรวจโรคไตในผู้หญิงกับผู้ชาย ต่างกันไหม?
โดยพื้นฐานการตรวจเหมือนกันค่ะ แต่ค่าอ้างอิงบางรายการ เช่น eGFR อาจมีการปรับค่าตามเพศ เพื่อให้การประเมินแม่นยำมากขึ้น
Q7 : สามารถตรวจโรคไตที่คลินิกทั่วไปได้ไหม?
คลินิกบางแห่งมีบริการตรวจเลือดเบื้องต้น แต่หากต้องการตรวจแบบละเอียด ควรตรวจที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ตรวจสุขภาพที่มีเครื่องมือครบถ้วน และสามารถส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางได้ค่ะ
Q8 : ต้องฟอกไตเมื่อค่า Creatinine เท่าไร?
โดยทั่วไป หากค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ml/min/1.73m² หรือมีอาการแทรกซ้อนจากไตวายระยะสุดท้าย แพทย์จะพิจารณาเริ่มการฟอกไต ไม่ใช่พิจารณาจากค่า Creatinine เพียงอย่างเดียวค่ะ
Q9 : ตรวจโรคไตในผู้สูงอายุควรเริ่มเมื่อไร?
ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีโรคประจำตัว และถ้ามีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรเริ่มเร็วกว่านั้นค่ะ
สรุป ตรวจไตวันนี้ ดีกว่ารักษาระยะท้าย
การ ตรวจโรคไต เป็นการป้องกันที่ดีที่สุดก่อนเข้าสู่โรคไตเรื้อรังหรือภาวะไตวาย การตรวจเลือด ปัสสาวะ และอัลตราซาวนด์ เป็นขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากแต่ช่วยรักษาไตของเราไว้ได้นานขึ้น
หากคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อย่ารอให้มีอาการก่อนนะคะ มาตรวจคัดกรองไตตั้งแต่วันนี้ดีกว่าค่ะ
และถ้าคุณต้องการเข้ารับการตรวจและรักษาโรคไตโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย สามารถใช้สิทธิรักษาเหล่านี้ได้
- สิทธิบัตรทองดูแลไตเรื้อรัง ฟรี คลิกดูรายละเอียด
- สิทธิประกันสังคมรักษาไตเรื้อรัง คลิกดูรายละเอียด


