สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์
ทีมงาน The Medicative | ติดต่อเรา
สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์

คำแนะนำ: เริ่มค้นหาด้วยคำง่าย ๆ เช่น 

สิทธิบัตรทอง

นิ่วในไต สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันก่อนลุกลามจนไตพัง

Share
นิ่วในไต อาการ สาเหตุ และการป้องกัน

Table of Contents

นิ่วในไต (Kidney Stones) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในปัสสาวะจนกลายเป็นก้อนนิ่วในทางเดินปัสสาวะ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบ หรือแม้แต่ไตวายเรื้อรังได้ค่ะ

นิ่วในไตคืออะไร?

นิ่วในไต คือ ก้อนแข็งที่เกิดจากการรวมตัวของแร่ธาตุและสารเคมีในปัสสาวะ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต กรดยูริก หรือฟอสเฟต เมื่อมีความเข้มข้นสูงเกินระดับที่ไตจะขับออกได้ ก็จะตกผลึกและจับตัวเป็นก้อนนิ่วขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่ในไตหรือทางเดินปัสสาวะ

สาเหตุของนิ่วในไต

มีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลให้เกิดนิ่วในไต ซึ่งสามารถจำแนกได้ตามลักษณะของนิ่วและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ได้แก่:

  • ดื่มน้ำน้อย ร่างกายขาดน้ำทำให้ปัสสาวะข้นขึ้น เพิ่มโอกาสตกตะกอน

  • รับประทานอาหารเค็มจัด/โปรตีนสูง เช่น เนื้อแดง อาหารแปรรูป ชีส

  • พันธุกรรมและกรรมพันธุ์ หากมีคนในครอบครัวเป็นนิ่วในไต ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น

  • มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานผิดปกติ, โรคเกาต์, โรคทางเมตาบอลิซึม

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำซาก มีผลต่อการเกิดนิ่วชนิด struvite

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยทางชีวเคมีบางประการ เช่น การเสียสมดุลของค่า pH ในปัสสาวะ ซึ่งส่งผลต่อการตกผลึกของสารบางชนิดโดยตรงค่ะ

อาการของนิ่วในไต

อาการของนิ่วในไต

หลายคนมีนิ่วในไตแต่ไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการในระยะแรก อย่างไรก็ตาม เมื่อก้อนนิ่วเคลื่อนที่หรือขวางทางเดินปัสสาวะ จะเริ่มมีอาการชัดเจน ดังนี้:

  • ปวดหลัง ปวดเอว หรือปวดสีข้างแบบเฉียบพลัน

  • ปวดร้าวจากเอวไปถึงหน้าท้องหรือขาหนีบ

  • ปัสสาวะขัด ปัสสาวะแสบขัด

  • ปัสสาวะขุ่น มีเลือดปน หรือกลิ่นเหม็นผิดปกติ

  • คลื่นไส้ อาเจียนร่วมกับอาการปวด

  • มีไข้สูง หนาวสั่น ในกรณีมีการติดเชื้อแทรกซ้อน

โดยเฉพาะอาการ “ปวดหลังช่วงเอวแบบเฉียบพลัน” ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจหมายถึงก้อนนิ่วหลุดไปอุดท่อไต ซึ่งต้องรีบรักษาเพื่อป้องกันไตเสียหายค่ะ

วิธีวินิจฉัยนิ่วในไต

หากสงสัยว่าเป็นนิ่วในไต แพทย์จะวินิจฉัยโดยใช้วิธีดังต่อไปนี้:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย เน้นที่อาการปวดบริเวณไต

  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูความผิดปกติ เช่น เลือดหรือการติดเชื้อ

  • การถ่ายภาพรังสี เช่น X-ray, อัลตราซาวนด์ หรือ CT scan

  • ตรวจเลือด เพื่อดูระดับแคลเซียม กรดยูริก และการทำงานของไต

การรักษานิ่วในไต

แนวทางการรักษาขึ้นกับขนาด ชนิดของนิ่ว และตำแหน่งที่พบ ได้แก่:

การรักษาด้วยยา

  • กรณีนิ่วขนาดเล็ก (<5 มม.) แพทย์อาจให้ดื่มน้ำมาก ๆ และยาเพื่อขับนิ่ว

  • ให้ยาละลายนิ่วในบางชนิด เช่น กรดยูริก

  • ยาควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ยาควบคุมระดับแคลเซียมหรือกรดยูริกในเลือด

การรักษาด้วยหัตถการ

  • การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL) สำหรับนิ่วขนาดกลาง

  • การส่องกล้องสลายนิ่ว (URS หรือ PCNL) เหมาะสำหรับนิ่วขนาดใหญ่ หรืออยู่ในตำแหน่งที่สลายไม่ได้ด้วยคลื่น

  • การผ่าตัด ในกรณีที่นิ่วใหญ่มากหรือลุกลามจนมีภาวะแทรกซ้อน
การป้องกันนิ่วในไต

การป้องกันนิ่วในไต

แม้คนที่ไม่เคยมีนิ่วในไตก็สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ โดยปรับพฤติกรรมบางอย่าง:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2–3 ลิตร

  • ลดการกินเค็ม และโปรตีนสัตว์มากเกินไป

  • เพิ่มผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ส้ม แตงโม

  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนานเกินไป

  • หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัตินิ่วมาก่อน

สิ่งสำคัญคือ การสังเกตความผิดปกติของร่างกาย เช่น ปวดหลังบ่อย ปัสสาวะผิดปกติ หรือปวดเอวโดยไม่มีสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์ทันทีนะคะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ นิ่วในไต

Q1 : นิ่วในไตอันตรายไหม?

หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตอักเสบ หรือไตวายได้

Q2 : นิ่วในไตรักษาหายขาดหรือไม่?

นิ่วในไตสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากไม่ปรับพฤติกรรม มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูง

Q3 : ดื่มเบียร์ช่วยขับนิ่วในไตได้จริงไหม?

ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน ดื่มเบียร์มากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดนิ่วได้มากกว่า

Q4 : ปวดหลังข้างขวาคือสัญญาณของนิ่วหรือเปล่า?

หากปวดบริเวณเอวแบบเฉียบพลันร้าวมาหน้าท้องหรือขาหนีบ อาจเป็นนิ่วในไตได้ ควรตรวจให้แน่ชัด

Q5 : นิ่วในไตต้องผ่าตัดไหม?

ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว หากนิ่วขนาดใหญ่หรือขวางท่อไตจนทำให้ปัสสาวะไม่ได้ อาจต้องผ่าตัด

Q6 : นิ่วในไตห้ามกินอะไร

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง อาหารแปรรูป เนื้อแดง ชีส และอาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม ช็อกโกแลต ถั่วลิสง

Q7 : นิ่วในไตอัลตราซาวนด์เห็นไหม

การอัลตราซาวนด์สามารถช่วยตรวจหานิ่วได้ในบางกรณี แต่หากนิ่วมีขนาดเล็กหรืออยู่ในตำแหน่งยาก อาจต้องใช้ CT scan เพื่อความแม่นยำมากขึ้น

Q8 : คนที่เป็นนิ่วในไตสามารถตั้งครรภ์ได้ไหม

สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสูติแพทย์และอายุรแพทย์เฉพาะทาง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

Q9 : หลังสลายนิ่ว นิ่วจะกลับมาอีกไหม

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมเดิม เช่น ดื่มน้ำน้อย หรือยังบริโภคอาหารเสี่ยงสูง

สรุป ป้องกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนนิ่วในไตลุกลาม

นิ่วในไตไม่ใช่โรคที่ควรมองข้ามค่ะ เพราะนอกจากจะเจ็บปวดแล้ว ยังอาจนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงกว่าหากไม่รักษา การรู้เท่าทันอาการ สาเหตุ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่ารอจนปวดหลัง ปัสสาวะผิดปกติ หรือเจอก้อนนิ่วใหญ่เกินแก้ แนะนำให้ตรวจเช็คไตปีละครั้ง และดูแลตัวเองให้ห่างไกลนิ่วในไตตั้งแต่วันนี้นะคะ

และหากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับโรคไตเรื้อรัง อย่าลืมว่าสิทธิการรักษาในประเทศไทยสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก สามารถดูรายละเอียดสิทธิที่คุณใช้ได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

Latest Posts

No data was found

Subscribe and Follow

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า