สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์
ทีมงาน The Medicative | ติดต่อเรา
สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์

คำแนะนำ: เริ่มค้นหาด้วยคำง่าย ๆ เช่น 

สิทธิบัตรทอง

โรคไต อาการ สาเหตุ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาครบจบที่เดียว

Share
โรคไต อาการ สาเหตุ วิธีป้องกัน

ไปยังหัวข้อที่คุณสนใจ

หลายคนอาจไม่รู้ว่า “โรคไต” เป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายสุขภาพอย่างช้า ๆ โดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก และเมื่อรู้ตัวอีกทีก็อาจสายเกินไป การรู้จักโรคนี้ให้ลึกซึ้ง ไม่เพียงช่วยให้คุณดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้ตัดสินใจเข้ารับการตรวจหรือรักษาได้อย่างทันท่วงที

โรคไตมีกี่ประเภท? อธิบายเบื้องต้น

โรคไตแบ่งออกได้หลายประเภท โดยทั่วไปมี 2 กลุ่มใหญ่

  1. โรคไตเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury) – ไตหยุดทำงานในระยะเวลาสั้น มักเกิดจากการติดเชื้อรุนแรง การใช้ยาเกินขนาด หรือการสูญเสียน้ำในร่างกายอย่างรวดเร็ว

     

  2. โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease – CKD) – ไตค่อย ๆ เสื่อมประสิทธิภาพในการทำงาน จนสุดท้ายอาจนำไปสู่ภาวะไตวาย

     

โรคไตมีกี่ระยะ? แต่ละระยะต่างกันอย่างไร?
โรคไตเรื้อรังแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยใช้ค่าการทำงานของไต (eGFR) เป็นตัววัด

  • ระยะ 1–2: ไตยังทำงานได้เกือบปกติ ไม่มีอาการ

     

  • ระยะ 3: เริ่มมีอาการเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย หรือปัสสาวะผิดปกติ

     

  • ระยะ 4: ไตทำงานลดลงมาก ต้องควบคุมอาหารและเตรียมตัวฟอกไต

     

  • ระยะ 5: ภาวะไตวาย ต้องฟอกไตหรือล้างไตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีโรคไตจากการอักเสบ เช่น Glomerulonephritis ที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำร้ายหน่วยไตเอง

อาการเตือนโรคไตที่ไม่ควรมองข้าม

อาการเตือนโรคไตที่ไม่ควรมองข้าม

  • เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง

  • ตัวบวม โดยเฉพาะบริเวณหน้า ขา หรือรอบตา

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

  • คันตามผิวหนัง

  • ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยาก

ปัสสาวะผิดปกติ สัญญาณจากไตที่ถูกมองข้าม

การเปลี่ยนแปลงของปัสสาวะเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของโรคไต เช่น:

  • ปัสสาวะมีฟองมาก

  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะกลางคืน

  • ปัสสาวะขัดหรือมีเลือดปน

ปัสสาวะสีไหน บอกอะไรเกี่ยวกับไต

  • สีเหลืองใส: ปกติ

  • สีเหลืองเข้ม: อาจบ่งชี้การดื่มน้ำน้อย

  • สีขุ่นหรือมีฟอง: อาจมีโปรตีนรั่วจากไต

  • สีแดง/น้ำตาล: อาจมีเลือดในปัสสาวะ

การสังเกตสีและกลิ่นของปัสสาวะทุกวันอาจช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้น

ควรพบแพทย์เฉพาะทางโรคไตเมื่อไหร่?

  • เมื่อมีอาการปัสสาวะผิดปกติเรื้อรัง

  • ปวดหลังช่วงเอวโดยไม่มีสาเหตุ

  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง

  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต

แพทย์เฉพาะทางโรคไต (Nephrologist) จะให้การวินิจฉัยอย่างละเอียด และแนะนำการตรวจ eGFR, Creatinine และโปรตีนในปัสสาวะ

ตรวจความเสี่ยงโรคไต ควรตรวจเมื่ออายุเท่าไร?

แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองไตปีละ 1 ครั้ง เมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • โรคเบาหวาน

  • ความดันโลหิตสูง

  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต

  • ใช้ยาแก้ปวดหรือสมุนไพรต่อเนื่อง
รักษาโรคไตได้ไหม? โรคไตหายขาดหรือไม่

รักษาโรคไตได้ไหม? โรคไตหายขาดหรือไม่

ในกรณีโรคไตเฉียบพลัน หากสาเหตุได้รับการแก้ไขเร็วและเหมาะสม มีโอกาสหายขาดสูง
ส่วนโรคไตเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถ “ชะลอ” การเสื่อมของไตได้ด้วยการควบคุมอาหาร ยา และการรักษาโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน

ไตแข็งแรงจากพฤติกรรมง่าย ๆ ที่คุณทำได้ทุกวัน

  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6–8 แก้ว

  • เลี่ยงการกินเค็ม

  • ไม่ซื้อยามากินเอง

  • หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

  • ลดความเครียด และตรวจสุขภาพประจำปี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “โรคไต”

Q1 : ผู้หญิงหรือผู้ชายเสี่ยงเป็นโรคไตมากกว่ากัน?

ผู้ชายมีความเสี่ยงเป็นโรคไตเรื้อรังมากกว่าในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่หรือมีโรคประจำตัว แต่ผู้หญิงอาจมีอัตราการตรวจพบมากกว่าเนื่องจากเข้ารับการตรวจสุขภาพบ่อยกว่า

Q2 : ปวดหลังช่วงเอวเกี่ยวข้องกับโรคไตหรือไม่?

อาจใช่ โดยเฉพาะหากปวดลึกข้างใดข้างหนึ่งและร่วมกับอาการอื่น เช่น ปัสสาวะผิดปกติหรือมีไข้

Q3 : ปวดหลังช่วงเอวด้านขวาหรือซ้าย แบบไหนเกี่ยวข้องกับไต?

หากปวดลึกบริเวณสีข้างหรือเอวด้านใดด้านหนึ่ง และปวดร่วมกับปัสสาวะผิดปกติ มีไข้ หรือปัสสาวะขัด อาจเป็นสัญญาณของโรคไต เช่น นิ่ว หรือการอักเสบของกรวยไต

Q4 : ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยป้องกันโรคไตได้ไหม?

การดื่มน้ำเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงโรคไตได้ แต่ไม่ใช่ยารักษา ควรดื่มตามปริมาณที่เหมาะสม (6–8 แก้ว/วัน)

Q5 : โรคไตรักษาหายไหม?

หากเป็นแบบเฉียบพลันและรักษาเร็ว มีโอกาสหายได้ แต่โรคไตเรื้อรังต้องควบคุมระยะยาว

Q6 : โรคไตมีความเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานจริงหรือไม่?

จริง เบาหวานเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของโรคไตเรื้อรัง เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องจะทำลายหลอดเลือดฝอยในไต ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจคัดกรองไตเป็นประจำ

Q7 : โรคไตเกิดจากพันธุกรรมได้หรือไม่?

ได้ บางโรคไตมีความเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ เช่น โรคถุงน้ำที่ไต (Polycystic Kidney Disease) หากคนในครอบครัวมีประวัติ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุยังน้อย

Q8 : ผู้สูงอายุต้องตรวจไตบ่อยแค่ไหน?

ควรตรวจทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ เพราะไตจะเสื่อมลงตามอายุแม้ไม่มีอาการชัดเจน

สรุป โรคไตดูแลได้ ถ้าคุณรู้เร็วและเริ่มต้นทันเวลา

โรคไตไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่โรคของผู้สูงอายุเท่านั้น การตรวจเช็กสุขภาพประจำปี เลือกพฤติกรรมที่ดีต่อไต และใส่ใจสัญญาณเตือนเล็ก ๆ จะช่วยให้คุณมีไตที่แข็งแรงไปได้นาน

หากคุณมีสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือข้าราชการ
คุณสามารถเข้ารับการตรวจและรักษาโรคไตได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

Latest Posts

No data was found

Subscribe and Follow

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า