สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์
ทีมงาน The Medicative | ติดต่อเรา
สื่อสารเรื่องราวสุขภาพในแบบที่สร้างสรรค์

คำแนะนำ: เริ่มค้นหาด้วยคำง่าย ๆ เช่น 

สิทธิบัตรทอง

เจาะน้ำคร่ำจำเป็นไหม รู้ขั้นตอน ความเสี่ยง และการเตรียมตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์

Share
เจาะน้ำคร่ำ

ไปยังหัวข้อที่คุณสนใจ

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่หลายคนอยากได้ “ความมั่นใจ” ว่าลูกน้อยแข็งแรงดี การเจาะน้ำคร่ำเป็นหนึ่งในวิธีตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดที่ช่วยตอบคำถามสำคัญเรื่องความผิดปกติทางโครโมโซมและโรคพันธุกรรมบางชนิดได้ค่อนข้างชัดเจน โดยหากคุณแม่มีภาวะPCOSหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ก็ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการด้วยนะคะ บทความนี้จะพาไปรู้จักการเจาะน้ำคร่ำแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยเตรียมตัวคุยกับแพทย์ได้อย่างมั่นใจค่ะ

เจาะน้ำคร่ำ คืออะไร

เจาะน้ำคร่ำ คือหัตถการที่แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ โดยอาศัยอัลตราซาวนด์นำทาง เพื่อดูดน้ำคร่ำปริมาณเล็กน้อยออกมาตรวจในห้องปฏิบัติการ น้ำคร่ำมีเซลล์ของทารกและสารบางชนิดที่ช่วยตรวจความผิดปกติได้

การเจาะน้ำคร่ำช่วยตรวจอะไรได้บ้าง

  • ความผิดปกติของโครโมโซมบางชนิด: เช่น กลุ่มอาการดาวน์ และความผิดปกติของโครโมโซมรูปแบบอื่น ๆ โดยตรวจจากเซลล์ทารกในน้ำคร่ำ ทำให้ความแม่นยำสูงกว่าการตรวจคัดกรอง
  • โรคพันธุกรรมบางโรค: กรณีครอบครัวมีประวัติโรคพันธุกรรม หรือพ่อแม่เป็นพาหะ แพทย์อาจพิจารณาตรวจแบบจำเพาะโรคนั้น ๆ
  • ความผิดปกติของท่อประสาทหรือผนังหน้าท้องบางชนิด: บางกรณีอาจตรวจสารในน้ำคร่ำประกอบกับผลอัลตราซาวนด์เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง
  • ตรวจภาวะติดเชื้อในทารกบางสถานการณ์: ใช้เฉพาะกรณีที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น

สาเหตุของ เจาะน้ำคร่ำ

  • ผลตรวจคัดกรองก่อนคลอดมีความเสี่ยงสูง: แพทย์อาจเสนอเจาะน้ำคร่ำเพื่อยืนยันผล
  • อายุของคุณแม่เพิ่มความเสี่ยงความผิดปกติของโครโมโซม: โดยมากมักพูดถึงอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • อัลตราซาวนด์พบความผิดปกติหรือสัญญาณบางอย่าง: เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างทารก
  • เคยมีบุตรที่มีความผิดปกติทางโครโมโซมหรือโรคพันธุกรรม
  • พ่อหรือแม่เป็นพาหะโรคพันธุกรรมบางชนิด

อาการที่ควรระวังหลังเจาะน้ำคร่ำ

  • ปวดท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดบีบเป็นพัก ๆ
  • มีน้ำใส ๆ ไหลออกจากช่องคลอด: อาจสงสัยน้ำคร่ำรั่ว
  • เลือดออกมากหรือมีลิ่มเลือด
  • มีไข้ หนาวสั่น หรือมีตกขาวกลิ่นผิดปกติ
  • รู้สึกลูกดิ้นน้อยลงในช่วงอายุครรภ์ที่เริ่มรับรู้การดิ้นได้ชัด

การดูแลตัวเองหลัง เจาะน้ำคร่ำ

ก่อนทำ แนะนำให้แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ทั้งหมดแก่แพทย์ หลังทำควรพักผ่อนให้เพียงพอ เลี่ยงกิจกรรมหนัก สังเกตอาการผิดปกติ และดื่มน้ำกินอาหารตามปกติค่ะ

การป้องกันความเสี่ยงจาก เจาะน้ำคร่ำ

  • เลือกทำกับแพทย์และสถานพยาบาลที่มีความชำนาญ
  • ทำในช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมตามคำแนะนำแพทย์
  • ใช้อัลตราซาวนด์นำทางตลอดการทำหัตถการ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำอย่างเคร่งครัด

ควรพบแพทย์เมื่อไรหลัง เจาะน้ำคร่ำ

หากมีน้ำใสไหลจากช่องคลอด เลือดออกมาก ปวดท้องรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกลูกดิ้นน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ให้รีบพบแพทย์ทันทีค่ะ

สรุปเรื่อง เจาะน้ำคร่ำ

เจาะน้ำคร่ำเป็นการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดที่ช่วยยืนยันความผิดปกติของโครโมโซมและโรคพันธุกรรมบางชนิดได้ค่อนข้างชัดเจน เหมาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น ผลคัดกรองเสี่ยงสูง อัลตราซาวนด์พบความผิดปกติ หรือมีประวัติครอบครัวบางอย่าง หลังทำอาจปวดหน่วงเล็กน้อยได้ แต่ถ้ามีน้ำไหล เลือดออกมาก ปวดท้องรุนแรง หรือมีไข้ ควรพบแพทย์ทันทีค่ะ

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ เจาะน้ำคร่ำ

1) เจาะน้ำคร่ำเจ็บไหม

ส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บจี๊ดช่วงเข็มผ่านผิวหนังและตึง ๆ ที่ท้องเล็กน้อย มักเป็นช่วงสั้น ๆ ทนได้ค่ะ

2) เจาะน้ำคร่ำทำตอนกี่สัปดาห์ถึงเหมาะ

โดยทั่วไปมักทำในช่วงไตรมาสสองตามที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสมกับอายุครรภ์และข้อบ่งชี้ค่ะ

3) เจาะน้ำคร่ำเสี่ยงแท้งมากแค่ไหน

ความเสี่ยงค่อนข้างต่ำในมือผู้เชี่ยวชาญ และขึ้นกับอายุครรภ์กับปัจจัยของคุณแม่แต่ละคน ต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงร่วมกับแพทย์ค่ะ

4) เจาะน้ำคร่ำต่างจากการตรวจคัดกรองจากเลือดมารดาอย่างไร

การตรวจจากเลือดมารดาเป็น “คัดกรอง” เพื่อประเมินความเสี่ยง ส่วนเจาะน้ำคร่ำเป็น “วินิจฉัย” เพื่อยืนยันให้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

5) หลังเจาะน้ำคร่ำมีเลือดออกเล็กน้อยปกติไหม

เลือดกะปริดกะปรอยเล็กน้อยอาจพบได้ แต่ถ้าเลือดออกมากขึ้น ปวดท้องมาก หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ ควรติดต่อแพทย์ สรุปคือ เลือดออกเล็กน้อยอาจปกติได้แต่ต้องเฝ้าดูอาการค่ะ

6) ถ้ามีน้ำใส ๆ ไหลหลังเจาะน้ำคร่ำต้องทำอย่างไร

ควรรีบติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นน้ำคร่ำรั่วและต้องประเมินเร่งด่วน สรุปคือ น้ำไหลหลังเจาะน้ำคร่ำเป็นสัญญาณที่ไม่ควรรอดูเองค่ะ

7) ผลเจาะน้ำคร่ำรู้ได้เมื่อไร

ระยะเวลาขึ้นกับชนิดการตรวจและวิธีเพาะเลี้ยงเซลล์ บางส่วนอาจได้ผลเร็ว และบางส่วนอาจใช้เวลานานขึ้นตามกระบวนการห้องปฏิบัติการ สรุปคือ ควรถามแพทย์หรือห้องแล็บว่าผลแต่ละรายการใช้เวลากี่วันค่ะ

8) ถ้าผลเจาะน้ำคร่ำปกติ แปลว่าลูกแข็งแรง 100% ไหม

ผลปกติช่วยลดความกังวลในโรคหรือความผิดปกติที่ตรวจได้ตามรายการ แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกโรคหรือทุกความผิดปกติ สรุปคือ ผลปกติคือข่าวดีมาก แต่ยังควรฝากครรภ์และติดตามอัลตราซาวนด์ตามนัดค่ะ

9) เจาะน้ำคร่ำต่างจากการตรวจคัดกรองจากเลือดมารดาอย่างไร

การตรวจจากเลือดมารดาเป็น “คัดกรอง” เพื่อประเมินความเสี่ยง ส่วนเจาะน้ำคร่ำเป็น “วินิจฉัย” เพื่อยืนยันให้ชัดเจนมากขึ้น สรุปคือ ถ้าต้องการคำตอบที่ยืนยันมากขึ้นมักต้องพิจารณาเจาะน้ำคร่ำตามข้อบ่งชี้ค่ะ

10) ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการเจาะน้ำคร่ำ

บางคนอาจมีข้อจำกัดเฉพาะ เช่น มีภาวะติดเชื้อบางชนิดที่ยังควบคุมไม่ได้ มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่แพทย์ต้องประเมิน สรุปคือ ความเหมาะสมต้องให้แพทย์พิจารณารายบุคคลเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

แพทย์ผู้เขียนบทความ

เจาะน้ำคร่ำจำเป็นไหม รู้ขั้นตอน ความเสี่ยง และการเตรียมตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์

Contact Channel:

บทความที่เกี่ยวข้อง

Latest Posts

No data was found

Subscribe and Follow

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า